Variety Update :

เอเวอเรสต์ จุดหมายปลายทางสุดเสี่ยงของนักปีนเขา

                                     Photo: adventureconsultants.com

เอเวอเรสต์ จุดหมายปลายทางสุดเสี่ยงของนักปีนเขา

ผลจากภาวะโลกร้อนกำลังสร้างความกังวลให้บรรดาผู้จัดบริการสำรวจยอดเขาเอเวอเรสต์ในเทือกเขาหิมาลัย เพราะภาวะดังกล่าวส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว จนเผยให้เห็นศพนักปีนเขาที่นำชีวิตไปทิ้งไว้ที่ยอดเขาอันโด่งดังแห่งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ยอดเขาเอเวอเรสต์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายหมายปลายทางที่เหล่านักปีนเขาใฝ่ฝันจะได้พิชิต แต่หนทางที่จะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขานั้นก็เต็มไปด้วยภัยอันตรายนานาประการ เพราะที่แห่งนี้กลืนกินชีวิตของนักปีนเขาไปแล้วกว่า 280 คน

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิต ซึ่งหมายถึงสัดส่วนของผู้ที่ปีนขึ้นไปสูงกว่าระดับเบสแคมป์และเสียชีวิตนั้น ได้ลดลงไปอยู่ที่ต่ำกว่า 1%

โดยนับแต่ปี 2010 มีผู้เสียชีวิตบนยอดเขาเอเวอเรสต์ 72 คน จากจำนวนผู้ที่ปีนขึ้นเหนือระดับเบสแคมป์ 7,954 ครั้ง ซึ่งการเสียชีวิตส่วนใหญ่ก็จะมาจากเหตุหิมะถล่ม หรือพลัดตกเขา ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าเหตุใดการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่แถบนี้จึงทำได้ยากลำบาก

นอกจากนี้ โรคแพ้ที่สูง (High altitude sickness) ซึ่งก่อให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ และอาเจียน ก็ยังเป็นสาเหตุการตายของนักปีนเขาที่นี่ด้วย

แม้จะมีความเสี่ยงอย่างชัดเจน แต่นายอลัน อาร์เน็ตต์ นักปีนเขามืออาชีพ ซึ่งเคยพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์และยอดเขาเคทู (K2) มาแล้ว ชี้ว่าการปีนยอดเขาเอเวอเรสต์นั้น มีความปลอดภัยมากกว่ายอดเขาอื่น ๆ ในแถบเทือกเขาหิมาลัยมาก

เขาบอกว่า บนเอเวอเรสต์ก็แค่ไต่ไปตามเส้นทางที่ผู้คนใช้ต่อ ๆ กันมานาน "มันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า มีร้านน้ำชา และมีบริการเฮลิคอปเตอร์รับส่งมากกว่า" ขณะที่เทือกเขาบางแห่งในปากีสถาน คุณต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์ทหารเท่านั้น

ซึ่งการเสียชีวิตของนักปีนเขา 2 รายในปากีสถาน คือนายทอม บัลลาร์ด นักปีนเขาชาวอังกฤษ และนายแดเนียล นาร์ดี คู่หูนักปีนเขาชาวอิตาลี เสียชีวิตขณะพยายามพิชิตยอดเขานังกาปาร์บัต ซึ่งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ตอกย้ำให้เห็นถึงความอันตรายจนถูกขนานนามว่า "เขานักฆ่า"

ก่อนจะเกิดเหตุสลดครั้งนี้ นางอาลิสัน ฮากรีฟส์ แม่ของนายบัลลาร์ด ก็เคยเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในปากีสถาน ขณะพยายามพิชิตยอดเขาเคทู ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

ทั้ง นังกาปาร์บัตและเคทู ต่างถูกจัดให้เป็นยอดเขาสองแห่งที่ปีนยากที่สุดในบรรดายอดเขาที่มีความสูงเกินกว่า 8,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จำนวน 14 แห่ง โดยปัจจุบันปากีสถานยังไม่มีสถิติที่ชัดเจนของผู้พิชิตยอดเขาทั้งสองได้สำเร็จ รวมทั้งผู้ที่เสียชีวิตที่นี่

อย่างไรก็ตาม การคำนวณของนายอาร์เน็ตต์ และนักปีนเขาคนอื่น แสดงให้เห็นว่า มีผู้พิชิตยอดเขานังกาปาร์บัตได้สำเร็จ 339 ครั้ง และเสียชีวิต 69 คน

หากคิดคร่าว ๆ ก็จะเห็นได้ว่า จะมีผู้เสียชีวิตราว 1 ราย ในการพิชิตยอดเขาสำเร็จทุก 5 ครั้ง

ส่วนยอดเขาเคทู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาการาโกรัม ซึ่งอยู่ใกล้กันนั้น ยิ่งมีความอันตรายกว่า โดยมีจำนวนผู้พิชิตยอดเขาสำเร็จ 355 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิต 82 ราย

ส่วนการปีนเทือกเขาหิมาลัยนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ปีนขึ้นจากฝั่งปากีสถาน แต่จะเป็นการปีนยอดเขาในฝั่งของเนปาล และการเก็บสถิติในฝั่งของเนปาลจะมีความละเอียดมากกว่า จากงานที่ริเริ่มขึ้นโดยนางเอลิซาเบธ ฮาวลีย์ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันผู้จัดทำฐานข้อมูลการปีนเทือกเขาหิมาลัย Himalayan Database ซึ่งบันทึกข้อมูลความสำเร็จและความล้มเหลวของการปีนยอดเขาสูง 450 แห่งในแถบเทือกเขาหิมาลัย

Himalayan Database ถูกยกให้เป็นข้อมูลที่ มีความน่าเชื่อถือ เพราะไม่เพียงจะบันทึกข้อมูลของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการพิชิตยอดเขาแล้ว ก็ยังบันทึกข้อมูลผู้ที่ปีนขึ้นไปเหนือระดับเบสแคมป์ด้วย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนถึงความอันตรายของเทือกเขาแห่งนี้

สำหรับการปีนขึ้นไปสูงกว่าระดับเบสแคมป์ในเทือกเขานี้ มีอัตราผู้เสียชีวิตลดลงจาก 3% ในช่วงทศวรรษที่ 1950 มาอยู่ที่ 0.9% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนอัตราการเสียชีวิตของชาวเชอร์ปา ซึ่งเป็นไกด์ปีนเขาท้องถิ่นชาวเนปาลนั้น ก็ลดลงจาก 1.3% มาอยู่ที่ 0.8%

ข้อมูลจาก Himalayan Database บ่งชี้ว่า นับแต่ปี 2010 มีผู้เสียชีวิตเหนือระดับเบสแคมป์ 183 รายในแถบนี้ จากจำนวนการปีนเหนือระดับดังกล่าวกว่า 21,000 ครั้ง

สถิติยังแสดงให้เห็นว่า ยอดเขาแห่งใดอันตรายสำหรับนักปีนเขามากที่สุดด้วย โดยนับแต่ปี 2010 มีนักปีนเขา 3 ใน 4 คน ที่ปีนยอดเขากันเจนชุงคา (Yalung Kang) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่

 

 

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: