Variety Update :

สหรัฐฯเจอ อุณหภูมิลดต่ำเฉียบพลันติดลบ 37 องศาเซลเซียส ดับแล้ว 7 ราย

                                                 Lindsay Dedario/Reuters

สหรัฐฯเจอ "โพลาร์ วอร์เท็กซ์" อุณหภูมิลดต่ำเฉียบพลันติดลบ 37 องศาเซลเซียส ดับแล้ว 7 ราย

สหรัฐฯ เผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัด หลังกระแสลมเย็นพัดปกคลุมอุณหภูมิในบางพื้นที่ลดต่ำถึงติดลบ 37 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 คน

                                                      Kamil Krzaczynski/EPA/Shutterstock

พื้นที่แถบมิดเวสต์และนิวอิงแลนด์ของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปรากฏการณ์ "โพลาร์ วอร์เท็ค (Polar Vortex)" หรือกระแสลมหมุนที่หอบเอาความหนาวเย็นจากแถบขั้วโลกเข้าปกคลุม อุณหภูมิที่ลดต่ำลงส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 50 ล้านคน โดยเมื่อวันพุธที่ 30 ม.ค.ในนครชิคาโกอุณหภูมิลดลงไปถึงติดลบ 30 องศาเซล เย็นยะเยือกกว่าบางพื้นที่ของขั้วโลกใต้

ขณะที่รัฐนอร์ทดาโกตาอุณหภูมิดิ่งลงไปติดลบถึง 37 องศาเซลเซียส มีผู้เสียชีวิตจากความหนาวเย็นไปแล้วอย่างน้อย 7 คน

                                                      Adam Gray/Barcroft Media/Getty Images

มีรายงานว่ามีชาวอเมริกัน 250 ล้านคน ได้รับผบกระทบจากสภาพอากาศหนาวจัด ขณะที่อีก 90 ล้านคน ต้องเผชิญสภาพอากาศที่เย็นจัดจากอุณหภูมิลดลงไปติดลบ 17 องศาเซลเซียส

ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ เตือนอันตรายจากเนื้อเยื่อถูกทำลายเพราะความเย็นหรือฟรอสไบท์ หากออกไปเผชิญสภาพอากาศเลวร้ายภายในเวลาเพียงแค่ 10 นาที

                                                Jason Coffelt via Reuters

สภาพอากาศที่เย็นจัดและหิมะตกหนักยังทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในรัฐมิชิแกน เนื่องจากพื้นผิวถนนเปียกลื่น เจ้าหน้าที่ต้องปิดการสัญจรบนทางหลวงสายดังกล่าวและเตือนให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง

ช่นเดียวกับสภาพอากาศในยุโรปที่เย็นจัดไม่แพ้ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคตะวันตกของเยอรมนีที่อุณหภูมิลดลงไปติดลบ 20 องศาเซียส ท่ามกลางหิมะตกหนักขาวโพลนและกระแสลมในที่สูงที่มีความเร็วลมกว่า 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

                                                        Joe Ahlquist/The Rochester Post-Bulletin via AP                   

 

                                           Rich Hein/Chicago Sun-Times via AP

 

 

ข้อมูลจาก thaipbs / Image : CNN

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: