Variety Update :

ปาบึก พายุโซนร้อนลูกแรกของปี ภาคใต้เตรียมตัวรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง



"ปาบึก"พายุโซนร้อนลูกแรกของปี ภาคใต้เตรียมตัวรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ซึ่งถือเป็นพายุที่มีความรุนแรงสูงที่สุดในรอบ 12 ปีที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย โดยจะเคลื่อนตัวลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 ม.ค.นี้ และจะมีผลกระทบในช่วงวันที่ 3-6 ม.ค.2562 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,ชุมพร,สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช,พัทลุง,สงขลา,ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส ระนอง,พังงา,ภูเก็ต,กระบี่,ตรัง และสตูล

โดยในช่วงวันที่ 3-4 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนวันที่ 4-5 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 ม.ค.2562

ด้านบริษัทซีทรานเฟอร์รี่ได้ประกาศปรับการให้บริการเรือเพื่อความปลอดภัยจากพายุโซร้อน “ปาบึก” แล้วเช่นกัน โดยงดเที่ยวเรือช่วงบ่ายเป็นต้นไปสำหรับวันที่ 3 ม.ค. 2562 โดยเรือซีทรานเฟอร์รี่รอบสุดท้ายจะออกจากท่าเรือดอนสักและท่าเรือหน้าทอนในเวลา 13.00 น.

ส่วนบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้ออกแถลงการณ์ว่าเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติบงกชเหนือ และแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติบงกชใต้ อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงานและกระบวนการผลิตบนแท่นทั้งสองโดยตรง ปตท.สผ. จึงมีความจำเป็นที่จะต้องระงับการผลิตก๊าซฯ จากทั้งสองแท่นไว้ชั่วคราวและดำเนินการส่งพนักงานที่เหลือทั้งหมดกลับขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ "ปาบึก" เป็นภาษาลาวที่หมายความว่า "ปลาบึก" ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ในแม่น้ำโขง เป็นพายุลูกแรกของปี 2562 และถือเป็นพายุโซนร้อนพัดเข้าอ่าวไทยในรอบ 50ปี โดยความรุนแรงของ"ปาบึก"อาจพัฒนาเทียบเท่า"พายุแฮเรียต" ที่เคยถล่มแหลมตะลุมพุกเมื่อ 50 ปีก่อน

สำหรับกรุงเทพมหานครอาจจะได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจึทำให้ยังมีอากาศเย็น "พายุปาบึก"ไม่ส่งผลกระทบมากนัก

ด้านกรมอุตุฯยังหาสาเหตุการเกิดพายุโซนร้อน"ปาบึก"พัดเข้าอ่าวไทยในเดือนมกราคมไม่ได้และถือเป็นเรื่องผิดปกติ และ"ปาบึก" ก็จัดเป็น 1 ในประเภทพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวทางมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ มีความเร็วลมประมาณ 65 กม./ชม.  พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กม./ชม.

 

 

 

ข้อมูลจาก  tnnthailand

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: