Variety Update :

หนุ่มอังกฤษป่วยประหลาด “ละเมอมีเพศสัมพันธ์”


หนุ่มอังกฤษป่วยประหลาด “ละเมอมีเพศสัมพันธ์”

หลังเคยถูกตัดสินให้ต้องโทษจำคุก 7 ปี ในความผิดฐานข่มขืน แต่หนุ่มอังกฤษก็อ้างว่าเค้าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยสักนิดเดียว โดยอาจเป็นอาการ “ละเมอมีเพศสัมพันธ์”

หนุ่มอังกฤษนามสมมุติว่าทอม ตัดสินใจเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ที่โรงพยาบาลกายแอนด์เซนต์โทมัสในกรุงลอนดอน หลังพบว่าเขาอาจจะมีมีอาการ “ละเมอมีเพศสัมพันธ์”  โดยแฟนสาวของเขาบอกว่า คืนหนึ่งขณะนอนอยู่ด้วยกันหลังจากทั้งคู่เมากลับมาจากงานปาร์ตี้ เธอต้องผวาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะทอมพยายามจะมีเพศสัมพันธ์กับเธอ และเธอรู้สึกว่าตัวเองถูกทำร้ายเจ็บปวดและหวาดผวากับเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นการถูกบังคับขืนใจให้มีเพศสัมพันธ์โดยที่เธอไม่ต้องการ และในขณะที่เกิดเหตุทอมยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอีกด้วย

และเมื่อเธอพูดเรื่องนี้กับทอมในเช้าวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าเขาปฏิเสธว่าไม่เคยทำเช่นนั้นและจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แม้คำพูดของทอมจะทำให้เธอโกรธมาก แต่ก็ทำให้หวนนึกถึงเรื่องที่ทอมเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนจะคบหากันว่า เขาเคยต้องโทษจำคุก 7 ปี ในความผิดฐานข่มขืนอดีตแฟนสาวของเขามาก่อน ซึ่งในครั้งนั้นเขาก็เคยยืนยันว่าจำสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่ได้สักอย่างเดียว เธอจึงแนะนำให้เขาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

แพทย์ให้ทอมเข้ามาทดลองนอน 1 คืน ในคลินิกทดสอบการนอนหลับของโรงพยาบาล โดยติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดการทำงานของสมองเอาไว้ด้วย และผลก็ปรากฏว่า "คลื่นสมองที่ชี้ว่าตื่นและหลับได้ในเวลาเดียวกัน"

นพ.กาย เลชไซเนอร์ ผู้ตรวจวินิจฉัยอาการของทอมบอกว่า พบความผิดปกติที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะคลื่นสมองขณะที่เขาหลับสนิทชี้ว่า สมองอยู่ในภาวะทั้งหลับและตื่นไปพร้อมกัน โดยมีทั้งคลื่นสมองขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ บ่งบอกถึงการหลับลึก และคลื่นที่เคลื่อนเป็นจังหวะเร็วแทรกเข้ามา ซึ่งคลื่นแบบหลังนี้บ่งบอกถึงภาวะที่สมองตื่นอยู่

แพทย์วินิจฉัยว่า ทอมมีอาการ "ละเมอมีเพศสัมพันธ์" (Sexsomnia) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ อาการนี้มีลักษณะคล้ายการเกิดฝันร้าย ทั้งที่คนผู้นั้นไม่ได้อยู่ในช่วงระยะของการนอนที่จะเกิดความฝันได้ อาการนี้มักเกิดขึ้นในช่วงต้นของการนอนเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะหลับสนิท

นพ. เลชไซเนอร์บอกว่า "การละเมอมีเพศสัมพันธ์หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เหมือนคนที่ตื่นอยู่เกิดขึ้นได้ เพราะขณะนั้นสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การมองเห็น และอารมณ์ยังทำงานอยู่ แต่สมองส่วนที่ควบคุมความจำ การตัดสินใจ และการใช้เหตุผลจะยังคงอยู่ในห้วงหลับลึก ทำให้บางคนสามารถกิน ดื่ม เดิน ขับรถ หรือกระทั่งมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่รู้ตัว"

เหตุผลทางการแพทย์จะทำให้คน "ละเมอข่มขืน" พ้นผิดได้หรือไม่ ?

แม้แพทย์จะชี้ว่า ทอมเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมการนอนหลับผิดปกติ และน่าจะก่อเหตุข่มขืนแฟนเก่าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่บรรดาผู้พิพากษาในคดีลักษณะเดียวกันหลายคนชี้ว่า ยากที่จะพิสูจน์ว่าผู้ต้องหามีอาการละเมอมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่เกิดเหตุจริงหรือไม่ เพราะไม่สามารถจะนำอุปกรณ์ตรวจวัดทางการแพทย์ไปใช้ตรวจสอบในขณะนั้นได้ จึงทำให้ผู้ต้องหาในคดีเช่นนี้ส่วนใหญ่ถูกตัดสินให้มีความผิดตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์กิตติคุณ ไมค์ โคเปลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจิตเวชศาสตร์ (Neuropsychiatry ) จากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน บอกว่า แม้จะไม่สามารถหาหลักฐานเป็นผลการตรวจพิสูจน์คลื่นสมองของผู้ต้องหาขณะลงมือก่อเหตุมายืนยันกับศาลได้ แต่ผู้ที่มีพฤติกรรมการนอนหลับผิดปกติก็อาจหาหลักฐานพยานแวดล้อมมาสู้คดี โดยหากเจ้าหน้าที่สอบสวนไม่พบร่องรอยของการจำเหตุการณ์ได้ในภายหลัง หรือไม่พบร่องรอยของการไตร่ตรองเตรียมกระทำความผิดไว้ก่อน ก็อาจเชื่อได้ว่าเกิดจากเหตุละเมอทำลงไปโดยไม่รู้ตัวจริง

แพทย์ยังแนะนำว่า ผู้ที่มีอาการละเมอมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ได้ โดยแต่งกายมิดชิดรัดกุมขณะเข้านอน หลีกเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัวกับผู้ร่วมเตียง พยายามไม่เครียดและไม่อดนอน รวมทั้งงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการนอนในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

โดยหลังจากเข้าพบและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์มาระยะหนึ่ง ทอมบอกว่า "ตอนนี้ผมมั่นใจมากขึ้นว่าสามารถควบคุมอาการละเมอมีเพศสัมพันธ์ไม่ให้เกิดขึ้นได้แล้ว จากเดิมที่ผมมักจะมีอาการราว 2-3 เดือนต่อครั้ง แต่ตอนนี้ไม่มีมานานกว่า 2 ปีแล้ว"
ข้อมูลจาก BBC Thai

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: