Facebook Twitter
gPlus 
-

งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรี นานาชาติ ครั้งที่ 11
7 ก.ย. 52 - 17 ต.ค. 52

งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรี นานาชาติ ครั้งที่ 11
หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
วันที่ 7 กันยายน - 17 ตุลาคม 2552


มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกลับมาอีกครั้ง ระหว่าง 7 กันยายนถึง 17 ตุลาคม คราวนี้มีการแสดงถึง 16 ชุด เริ่มจาก 7 กันยายน ด้วย ""ลา ทราเวียตา"" อุปรากรของ "คณะเยกาเตรินเบิร์ก โอเปรา เธียเตอร์" ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคณะหนึ่งของรัสเซีย เรื่องนี้เป็นผลงานของ "จูเซปเป แวร์ดิ" มีเค้าโครงเรื่องจากบทละคร "La Dame aux Cameilas" ของ "อเล็กซองด์ ดูมาส์" ที่เล่าเรื่องของ "อัลเฟรโด" กวีหนุ่มจากครอบครัวมั่งคั่ง ผู้ตกหลุมรักหญิงงาม "วิโอเล็ตตา" ซึ่งถือเป็นเรื่องโรแมนติคที่ดำเนินอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 18 ยุคที่ปารีสเต็มไปด้วยความแตกต่างทางสังคม

คณะนี้ยังมีการแสดงมาอีก 3 ชุด คือโอเปร่า ""ทอสกา"" ในวันที่ 9 กันยายน "ทอสกา" ถูกเรียกว่าเป็นโศกนาฏกรรมอันสมบูรณ์แบบ สร้างจากเค้าโครงบทละครชื่อเดียวกันของ "วิคตอเรียน ซาร์ดู" ที่พูดถึง "มาริโอ" ศิลปินหนุ่มที่ช่วยให้ที่ซ่อนแก่ "เซซาเร" เพื่อให้รอดจากการจับกุมของ "บารอนสการ์เปีย" หัวหน้าตำรวจ สการ์เปียจึงจับตัว "ฟลอเรีย ทอสกา" คนรักของมาริโอเป็นตัวประกัน ขณะที่มาริโอกล่าวหาฟลอเรียว่าทรยศ ฟลอเรียตัดสินใจมอบตัวของเธอกับสการ์เปียแลกกับอิสรภาพของคนรักและตัวเธอเอง แต่สุดท้ายก็ยังเกิดเรื่องเศร้าอยู่ดี

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงซิมโฟนีออเคสตรา ในวันที่ 10 กันยายน ที่ "ฟาบิโอ มาสทรันเจโล" เป็นวิทยากร บรรเลงผลงานซิมโฟนี หมายเลข 4 ของโยฮันเนส บราห์มส์ และซิมโฟนี หมายเลข 2 ของแซร์เกย์ รัคมานินอฟ และโอเปร่า ""มาดามบัตเตอร์ฟลาย" ในวันที่ 11 กันยายน อุปรากรเรื่องเยี่ยมที่สุดของ "จีอาโคโม ปุชชินี"

วันที่ 13 กันยายน "คณะเคียฟ โมเดิร์น บัลเลต์" จากยูเครน เสนอ ""คาร์เมน ทีวี"" บัลเลต์สมัยใหม่ที่ตีความจากอุปรากรของ "จอร์จ บิเซต์" วันที่ 15 กันยายน คณะนี้ยังมีโอเปร่า-บัลเล่ต์เรื่อง ""ลา ฟอร์ซา เดล เดสติโน"" ที่นักออกแบบท่าเต้น "ราดู โปคลิตารู" นำบทประพันธ์อุปรากรคลาสสิคชื่อเรื่องเดียวกันของ "จูเซปเป แวร์ดิ" มาตีความ จนออกมาเป็นการแสดงบัลเล่ต์ยุคใหม่ ที่สะท้อนชีวิตของนักร้องโอเปรา นับจากก้าวแรกที่มีแต่ความขลาดอาย ไปสู่การเป็นที่ยอมรับแล้วกลับกลายไปสู่การหลงตัว จนที่สุดต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป ตัวเอกของเรื่องรับบทโดย "โอเลนา เกรบเนียค" เจ้าของรางวัลมากมาย

17 กันยายน "คณะกัตทัก เกนทรา" จากอินเดีย แสดงระบำคลาสสิค ""ปูนาร์นาวา"" ส่วน 22 และ 23 กันยายน "คณะคลาวด์ เกต แดนซ์ เธียเตอร์" เสนอ ""มูน วอเตอร์ คอนเทมโพรารีแดนซ์"" การแสดงจากไต้หวันที่ผสมผสานการเต้นเข้ากับปรัชญาตะวันออกที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคณะนี้ คือ "หลิน เหว่ย มิน" นักออกแบบท่าเต้น เจ้าของรางวัลจากรายการ 2008 International Movimentos Dance Award ของยุโรป

วันที่ 26 และ 27 กันยายน "คณะลันช์บ็อกซ์ เธียตริคัล โปรดักชันส์" จากอังกฤษ นำ ""ดิ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์ : ซินเดอเรลลา ออน ไอซ์"" มาโชว์ การแสดงชุดนี้ได้ผสานความเป็นละครดรามาเข้ากับเรื่องราวดั้งเดิม โดยมีคณะนักสเก๊ตมาแสดงลีลาบนลานน้ำแข็ง วันที่ 29 กันยายน "สเปลล์บาวด์ แดนซ์ คอมปานี" จาก อิตาลี เสนอบัลเล่ต์ร่วมสมัย ""คาร์มินา บูรานา""

1 ตุลาคม เป็นการแสดงดนตรีแจ๊ซ ที่จะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก ""สตาร์ช แจ๊ซ แบนด์"" จากสวิตเซอร์แลนด์ และช่วงที่ 2 ""บีตส์ บราเธอร์ แจ๊ซ แบนด์"" จากเนเธอร์แลนด์ ส่วนวันที่ 4 ตุลาคม "คณะเซี่ยงไฮ้ เนชั่นแนล บัลเล่ต์" นำ ""โรเมโอ แอนด์ จูเลียต"" มาให้ชม การแสดงชุดนี้ออกแบบท่าเต้นโดย "ดีเร็ก ดีน" ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น OBE และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของคณะอิงลิช เนชั่นแนล บัลเล่ต์ คณะเซี่ยงไฮ้ เนชั่นแนลฯ ได้รับการยกย่องในฐานะที่ช่วยยกระดับรูปแบบของบัลเล่ต์คลาสสิค พวกเขามีผลงานการแสดงบัลเล่ต์คลาสสิคในฉบับที่ทันสมัย อีกทั้งยังนำวัฒนธรรมจีนมาผสมผสานกับบัลเล่ต์ด้วย

จากเซี่ยงไฮ้ เนชั่นแนลฯ ยังมีบัลเล่ต์อีกชุด คือ ""ลา ซิลฟิด"" มาให้ชมในวันที่ 6 ตุลาคมด้วย เรื่องนี้มีเค้าโครงจากเทพนิยายของ "ชาร์ลส์ โนดิเยร์" เรื่องราวของ "เจมส์" ผู้ตกหลุมรัก "ซิลฟิด" ที่ไม่มีตัวตน จนทอดทิ้งเจ้าสาวกลางงานแต่ง เขาทำราวกับว่าซิลฟิดมีชีวิตจริงๆ เจมส์ใช้ผ้าคลุมวิเศษจับเธอไว้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาแตะที่บ่าเธอ ซิลฟิดก็เสียชีวิต เจมส์ถูกทิ้งให้รำพึงรำพันอย่างเดียวดายในการสูญเสียความรักที่เลื่อนลอยและความหมายของรักที่แท้จริงของเขา

วันที่ 8 ตุลาคม "มาริซา" ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ จะนำ ""ฟาดู"" ดนตรีพื้นเมืองของโปรตุเกสมาแสดงให้ชม "ฟาดู" มักถูกเรียกว่า "ลิสบอน บลูส์" เนื้อหาที่ขับร้องกันมักกล่าวถึง Saudade ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกสที่แปลกว้างๆ ได้ว่า ความทรงจำ และเรื่องราวของจิตใจที่โหยหาความเศร้า ความสุข ความเจ็บปวด และความรัก


วันที่ 10-11 ตุลาคม "คณะฟลาเมงโก การ์เมน โมตา" เสนอ ""ฟวยโก"" คำๆ นี้ในภาษาสเปนแปลว่าไฟ และการแสดงครั้งนี้คือ การแสดงออกถึงจังหวะอันเร่าร้อน ระบำฟลาเมงโกชุดนี้จะผสมผสานดนตรีที่มีความหลากหลาย ในช่วงเวลา 90 นาที นักเต้นทั้งหมดจะแสดงถึงความแตกต่างของรูปแบบการเต้นฟลาเมงโก

และสุดท้ายวันที่ 16-17 ตุลาคม ""เลส์ บัลเล่ต์ ทรอคาเดโร เดอ มอนติ คาร์โล"" ซึ่งยังมีอีกชื่อที่เรียกกัน คือ ""เดอะ ทร็อกส์"" เป็นคณะบัลเล่ต์ที่ประกอบด้วยนักบัลเล่ต์ชายล้วน ที่บางคนจะแปลงกายเป็น "เจ้าหญิงหงส์" ด้วยท่วงท่าอันชดช้อย ดูอรชรอ้อนแอ้น โดยผู้ที่ได้ชมล้วนแต่บอกว่านี่เป็นบัลเล่ต์ที่สนุกสนานอย่างยิ่ง

"จองบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์"




ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือมติชน และ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์


กลับขึ้นด้านบน