Variety Update :

WHO เผยกลุ่มประเทศร่ำรวยกักตุนวัคซีนโควิด19 ขณะที่ทั่วโลกติดเชื้อกว่า 112 ล้านคน



องค์การอนามัยโลก ตำหนิกลุ่มประเทศร่ำรวยกักตุนวัคซีน COVID-19 จนส่งผลกระทบต่อการแจกจ่ายวัคซีนไปยังกลุ่มประเทศยากจน ขณะที่ยอดติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 112,258,917 คน เสียชีวิต 2,485,295 คน

23 ก.พ.2564 ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ระบุว่า การทำข้อตกลงจัดซื้อวัคซีน COVID-19 โดยตรงระหว่างประเทศร่ำรวย กับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ส่งผลให้วัคซีนที่จะกระจายไปยังประเทศยากจนลดลง แม้ผ่านโครงการโคแวกซ์ ซึ่งเป็นโครงการแจกจ่ายวัคซีน COVID-19 อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมขององค์การอนามัยโลก

พร้อมเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยตรวจสอบข้อตกลงจัดซื้อดังกล่าวว่ากระทบต่อโครงการโคแวกซ์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกมีงบประมาณในการจัดซื้อวัคซีนส่วนหนึ่งแล้ว แต่จะไม่เกิดประโยชน์หากไม่มีวัคซีนเหลือพอให้จัดซื้อ

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วัน แคมเปญ ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ระบุว่า กลุ่มจี 7 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก รวมทั้งสหภาพยุโรปและออสเตรเลีย ได้จัดซื้อวัคซีนเกินจำนวนประชากรที่จำเป็นต้องใช้กว่า 1,250 ล้านโดส

ขณะที่เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมทั่วโลก 112,258,917 คน เสียชีวิต 2,485,295 คน หายป่วยแล้ว 87,784,683 คน โดยสหรัฐฯ ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 28,826,307 คน รองลงมาอินเดีย 11,015,863 คน และบราซิล 10,197,531 คน


สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันลดลงต่ำกว่าช่วงก่อนเทศกาลขอบคุณพระเจ้าและคริสต์มาสเมื่อปลายปีที่แล้ว (2563) แต่วันนี้จำนวนผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะ 512,590 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 19 ของการเสียชีวิตจากโรคระบาดนี้ในทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับอัตราส่วนประชากรชาวอเมริกันต่อประชากรโลก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น

นับตั้งแต่พบการระบาดเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปีที่แล้ว สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ครบ 100,000 คน ภายในเวลาเพียง 5 เดือน ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในเดือนกันยายน ต่อมาในเดือนธันวาคม สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตหลัก 300,000 คน ซึ่งเป็นระยะที่การระบาดรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล โดยในช่วงนี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 230,000 คนในเวลาไม่ถึง 3 เดือน หรือเท่ากับว่าการเสียชีวิตในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้ คิดเป็นอัตราส่วนถึงร้อยละ 46 ของการเสียชีวิตทั้งหมด


ที่มา news.thaipbs


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: