Variety Update :

วิกฤติหอยแครงบางตะบูน เจอมลพิษทำผลผลิตลดเกือบ 10 เท่า



วิกฤติหอยแครงบางตะบูน เจอมลพิษทำผลผลิตลดเกือบ 10 เท่า

เมื่อ "หอยแครงไทย" กลายเป็นหนึ่งในอาหารที่มีราคาแพงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งผู้เลี้ยงหอยแครงบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ก็เผยว่า ปัจจุบันเหลือพื้นที่เลี้ยงหอยไม่ถึง 5 เปอร์เซนต์ และผลผลิตก็ลดลงเกือบ 10 เท่า เพราะปัญหามลพิษมลพิษ

นายเฉลิมเกียรติ ไกรจิตต์ เกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงหอยแครง ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ประสบปัญหาการเพาะเลี้ยงหอยแครงอย่างหนักมาตั้งแต่ปี 2557 โดยตอนนี้มีเกษตรกรเลี้ยงหอยอยู่ที่ 264 คน เหลือพื้นที่การเพาะเลี้ยงหอยแครงไม่ถึงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปี 2555 จากทั้งหมด 9,118 ไร่

ขณะที่ปริมาณผลผลิตหอยแครงก็น้องลงเรื่อยๆ จากเมื่อปี 2558 ปริมาณหอยแครง 900 กิโลกรัมต่อไร่ ,ปี 2559 ปริมาณ 625 กิโลกรัมต่อไร่ ,ปี 2560 ปริมาณ 325 กิโลกรัมต่อไร่ และปี 2561 อยู่ที่ 125 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก อีกทั้ง หอยแครงที่ได้ก็ "ตัวเล็กมาก" เป็นผลมาจากคุณภาพน้ำที่มาจากต้นน้ำที่ไหลออกทะเลซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับหอยแครง

 “ในพื้นที่พยายามลดปัจจัยภายในคือน้ำเสียชุมชนและขยะในชุมชน ขณะนี้ก็ต้องหยุดการเลี้ยงและพักพื้นที่ไว้ก่อน ลงทุนไปหลายรอบแล้วขาดทุนไปหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความช่วยเหลือการพักการจ่ายค่าใบอนุญาตทำประมงและส่งเสริมอาชีพเสริม”

ดังนั้น จึงต้องการเสนอนโยบายเพื่อลดผลกระทบ โดยควบคุมการกระบายน้ำเสียจากฟาร์มหมู กรมควบคุมมลพิษเก็บค่าระบายน้ำเสียผ่านกระทรวงการคลัง ,ควบคุมการระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยกำหนดปริมาณน้ำทิ้ง เพื่อสอดคล้องกับระบบนิเวศที่รองรับได้, ลดค่าอนุญาตการเพาะเลี้ยงหอยจาก 400 บาท /ไร่ /ปี เหลือ 200 บาท/ไร่/ปี และมาตรการเร่งด่วน งดเก็บค่าอนุญาตเพาะเลี้ยงในปี 2563 และติดตามการบริหารจัดการน้ำร่วมกับชลประทาน 3 จังหวัด

ด้าน นายไพฑูรย์ มกกงไผ่ นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยในพื้นที่ อ.บางตะบูน จ.เพชรบุรี ได้รับผลกระทบจากมลพิษไม่น้อย เนื่องจาก จ.เพชรบุรี มีแม่น้ำหลายสาย ทั้งแม่น้ำยี่สาร แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งแม่น้ำเหล่านี้รับมลพิษจากโรงงานที่ไหลลงแหล่งน้ำ เทือกสวนไร่นาและอาชีพต่าง ๆ จากบนฝั่งเมื่อเกิดสะสมที่อ่าวบางตะบูนหอยแครงจึงไม่สามารถอยู่ได้ขณะนี้ฟาร์มหอยแครงจึงแทบจะกลายเป็นที่รกร้างไปเลย

ชาวบางตะบูนจึงร่วมกับเครือข่าย ต.คลองโคน จ.สมุทรสงคราม และร่วมวิจัยว่าสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร มีผลกระทบต่อการเลี้ยงหอยแครงอย่างไร ซึ่งการวิจัยถึงปัญหาการเพาะเลี่ยงหอยแครงจึงขยายไปในหลายพื้นที่คือ คลองโคน จ.สมุทรสงคราม ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และต.บ้านน้ำเชี่ยวและอ่าวมะขาม อ.แหลมงอบ จ.ตราด

 

ข้อมูลจาก  news.thaipbs

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: