Variety Update :

กรีนพีซจัด 10 อันดับแบรนด์ไทย-เทศ สร้างขยะพลาสติกมากสุด

 

 

 

กรีนพีซจัด 10 อันดับแบรนด์ไทย-เทศ สร้างขยะพลาสติกมากสุด

กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผย 10 แบรนด์ต่างชาติและไทย ที่สร้างขยะพลาสติกมากที่สุด จาก "การตรวจสอบแบรนด์" หรือแบรนด์ออดิทว่าด้วยความรับผิดชอบต่อมลพิษพลาสติกครั้งแรกในไทย ขยะที่อาสาสมัครขจัดขยะชี้ ผู้ผลิตรวมทั้งผู้ขายยัดเยียดขยะพลาสติกให้ผู้บริโภคอย่างไร้ความรับผิดชอบ

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ "ถึงเวลาหรือยัง ที่ผู้ผลิตจะมีความรับผิดชอบต่อมลพิษพลาสติก?" เปิดเผยรายชื่อแบรนด์ผู้ผลิตที่สร้างมลพิษพลาสติกมากที่สุด จากการเก็บขยะของอาสาสมัครกรีนพีซ ที่ชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2561 เนื่องในวันทำความสะอาดโลก หรือ World Clean-up Day

"การทำแบรนด์ออดิทครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการโจมตีแบรนด์ แต่เรากำลังนำเสนอข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ" ธารา ชี้แจง ก่อนเปิดเผยรายชื่อการจัดอันดับ แบ่งเป็น

ผู้ผลิตข้ามชาติ 5 แบรนด์ คือ โคคาโคล่า , เป๊ปซี่โค , ยาคูลท์ , ยูนิลีเวอร์ , เนสท์เล่
และผู้ผลิตในไทย 5 แบรนด์ คือ ดัชมิลล์ , ซีพี กรุ๊ป , โอสถสภา , บริษัท เสริมสุข จำกัด , เครือสหพัฒน์ เรียงตามปริมาณขยะพลาสติกที่พบมากที่สุด

กรีนพีซ เป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วม Break Free From Plastic ที่เคลื่อนไหวในระดับโลก เพื่อเป้าหมายอนาคตที่ปลอดมลพิษพลาสติก ดังนั้น เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของตน จึงยกระดับกิจกรรมทำความสะอาดตามพื้นที่และชายฝั่งทะเล ให้เป็นการตรวจสอบแบรนด์ไปในตัว และเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำแบรนด์ออดิทครั้งแรกของไทยในด้านขยะพลาสติก "สัดส่วนขยะพลาสติกที่เราพบ ของผู้ผลิตในประเทศจะเยอะกว่าผู้ผลิตข้ามชาติ แต่ขยะที่เกิดจากผู้ผลิต 10 แบรนด์นี้ คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของขยะพลาสติกกว่า 100 แบรนด์ที่เราพบ"

อย่างไรก็ตาม จากการหาข้อมูลของบริษัทเหล่านี้ก็พบว่าบริษัทเหล่านี้ก็มีโครงการลดการใช้พลาสติกอยู่บ้าง อย่างเช่น บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่มคริสตัล ได้เข้าร่วม "โครงการยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (No plastic Bottle Cap Seal)" กับกรมควบคุมมลพิษ และยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มตั้งแต่ 1 เม.ย. ปีนี้เป็นต้นมา ขณะที่ซีพีออลล์ ซึ่งเป็นเจ้าของเซเว่น อีเลฟเว่น มีแนวปฏิบัติคือ "ซื้อของชิ้นเล็กไม่รับถุงพลาสติก หรือ ซื้อของหลายชิ้นใส่รวมถุง" มาหลายปีแล้ว





แม้กระนั้นฝ่ายที่มีแนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติก็ยังเห็นว่าไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยนายธารา ระบุว่า "เราไม่ได้บอกว่า ต้องยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราอยากให้ผู้ผลิตลดการสร้างพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ผมมองว่าไม่จำเป็น อาทิ หลอด ถุงพลาสติก และพลาสติกห่ออาหาร"

"ทุกครั้งที่เราซื้อบรรจุภัณฑ์ที่เป็นน้ำ เขาก็จะเอาหลอดพลาสติกให้เรา หลอดที่มีพลาสติกหุ้มอีกชั้น แปลว่า ซื้อสินค้าเดียว เราได้ขยะพลาสติกมา 3 ชิ้น" วรวัฒน สภาวสุ อาสาสมัครขจัดขยะใน กทม. แสดงความเห็นถึงการซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ ในเวทีแถลงข่าวของกรีนพีซ พร้อมบอกว่า ปัจจุบัน พกถุงผ้าอย่างเดียวไม่พอ ต้องพกกระบอกน้ำ ที่มีหลอด สแตนเลสติดอยู่ด้วย เพราะไม่ต้องการสร้างขยะพลาสติก

"นี่ยังไม่นับอาหารกล่องพลาสติก ที่พออุ่นในไมโครเวฟแล้ว เขาก็จะยื่นช้อนส้อมพลาสติก ที่มีพลาสติกห่อมาอีกที ยัดเยียดให้เราอีก ซึ่งสำหรับผม คิดว่ามันหนักหน่วงมาก" วรวัฒน์ โอดครวญ

วรวัฒน์ ที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้ร่วมทำความสะอาดชุมชนบึงพระราม 9 และเก็บขยะได้กว่า 600 กิโลกรัม แสดงความเห็นว่า กรณีหลอดพลาสติกที่ร้านสะดวกซื้อเสนอให้กับลูกค้า สาขาเดียวยังพอว่า แต่ถ้าเป็นเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ขยายไปแล้วกว่าหมื่นสาขา และจะมากขึ้นอีกในอนาคต หากทำแบบเดียวกันหมด ปริมาณขยะจะมหาศาล ดังนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าเป็นซีพีกรุ๊ปหรืออื่น ๆ ต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมแก้ปัญหา จึงจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตามเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตเลือกใช้พลาสติกห่อหุ้มหลอดหรือช้อนส้อมให้อีกชั้นหนึ่งนั้น อาจจะมีส่วนมาจากความต้องการของผู้บริโภคเอง เนื่องจากเคยมีประเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์ เมื่อปี 2558 ว่าหลอด และบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ห่อด้วยพลาสติกมีความสกปรก และไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่า ผ่านการทำความสะอาด ก่อนนำมาให้ผู้บริโภคใช้หรือไม่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการอาจต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

ผู้อำนวยการกรีนพีชประจำประเทศไทย สรุปว่า การตรวจสอบแบรนด์ครั้งนี้ ตอกย้ำถึงการผลิตและการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ล้นเกิน กลายเป็นมลพิษพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ศักยภาพการรีไซเคิล และการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ Reuse ก็มีจำกัด ดังนั้น การประกาศเจตนารมย์ของผู้ผลิตต่าง ๆ ที่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการรีไซเคิล จึงไม่พออีกแล้ว ต้องก้าวสู่การลดและเลิกผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก

"ผมจำได้ว่านานมาแล้ว พอน้ำปลาหมด ผมก็เอาขวดไปเติม แต่สมัยนี้เป็นใช้แล้วก็ทิ้งไป แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ คือตัวสินค้า ไม่ใช่บรรจุภัณฑ์ ผมคิดว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติกกำลังล้นโลกอย่างไม่จำเป็นเลย" ธารา ระบุ

วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซ ที่เข้าร่วมการเก็บขยะเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ด้วย มองว่า สังคมไทยในปัจจุบัน กำลังสร้าง "ค่านิยมการใช้แล้วทิ้ง" จึงเรียกร้องสื่อ บล็อกเกอร์ และประชาชน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงมลพิษพลาสติก

"มันเหมือนกับการดูหนังครั้งเดียวแล้วจบ มันไม่ได้มีสื่อ หรือทำให้เราตระหนักว่าปัญหามีอยู่จริงอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้ว เราก็กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม เราก็ปฎิเสธแค่ถุงพลาสติก แต่กล่องอาหารก็ยังใช้" วรานุช กล่าว พร้อมชี้ว่า ไม่ได้มีแค่เต่าและวาฬ ที่เป็นเหยื่อของพลาสติก แต่มีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่ได้รับผลกระทบ มนุษย์เองก็ไม่เว้น

 

 

ที่มา BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: