Variety Update :

“น้ำผึ้ง” ผู้นำทางด้านสารให้ความหวาน


การเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำผึ้งเป็นจุดขายเป็นสิ่งที่อาจจะบ่งบอกได้ว่า ยุคนี้ “น้ำผึ้ง” ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้นำทางด้านสารให้ความหวาน ทีมนักวิจัยของมินเทลกล่าวว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่ประเทศอังกฤษมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำว่า “น้ำผึ้ง” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อผลิตภัณฑ์มากกว่าเดิมถึง 4% ตั้งแต่ขนมปังโฮลวีทรสน้ำผึ้ง ไปจนถึงวิสกี้และเบียร์รสนำผึ้ง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนประสบความสำเร็จในการทำตลาด แล้วอะไรทำให้น้ำผึ้งได้รับความนิยม

นายดาวิด เทอร์เนอร์ นักวิจัยด้านอาหารและเครื่องดื่มของมินเทลกล่าวว่า จากการสำรวจในสหรัฐฯ พบว่า 1ใน 3 ของผู้ที่เข้ารับการสำรวจคิดว่า น้ำตาลไม่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่ 6 ใน 10 ของคนกลุ่มเดียวกันคิดว่าน้ำผึ้งนั้นดีต่อสุขภาพ ซึ่งความคิดเช่นนี้อาจจะมีผลให้ผู้ผลิตอาหารไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์แปรรูป ช็อกโกเเลต ไอศกรีม และโยเกิร์ตล้วนแต่หันมาใช้ภาพลักษณ์ที่ดีของน้ำผึ้งมาเป็นกลยุทธ์ในการดึงลูกค้า แต่นักวิจัยของมินเทลยังกล่าวอีกว่า ลูกค้าเริ่มมองว่าน้ำผึ้งไม่ได้ให้แค่ความหวานแต่เสน่ห์ของมันยังเกิดจาก“รสชาติ” ที่ให้ความรู้สึกพิเศษอีกด้วย

วินซ์ แบมฟอร์ด บรรณาธิการอาหารและเครื่องดื่ม ของนิตยสารเดอะโกรเซอร์ กล่าวว่า ความนิยมในน้ำผึ้งเกิดจากรสชาติที่โดนใจผู้บริโภค และดูเหมือนว่าจะเห็นได้ชัดที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม จากงานวิจัยของมินเทล ผู้ผลิตเครื่องดื่มได้ใช้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งมาดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อย เนื่องจากรสชาติของน้ำผึ้งให้ความรู้สึกที่ทำให้หวนนึกถึงอดีต นอกจากนี้เครื่องดื่มจำพวกวิสกี้ยังใช้รสชาติของน้ำผึ้งในการสร้างความรู้สึกความดั้งเดิมและการเป็นวิสกี้ที่ถูกตระเตรียมมาด้วยวิธีการอันเหมาะสม ส่วนผู้ผลิตเบียร์เบียร์ก็ได้ใช้น้ำผึ้งมาสร้างความรู้สึกของความหวานในอุดมคติ

แม้ว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำผึ้งที่มีคุณภาพสูงดีต่อสุขภาพ แต่ซาราห์ สเกนเกอร์ นักโภชนการกล่าวว่า จริง ๆ แล้วน้ำผึ้งที่ใช้ในอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์จากธัญพืชแทบจะมีคุณสมบัติไม่ต่างจากจากน้ำตาลทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้น้ำผึ้งมีส่วนประกอบที่มีน้ำตาลถึง 80 เปอร์เซ็นต์ น้ำ 18 เปอร์เซ็นต์ และเเร่ธาตุ วิตามิน เกสรดอกไม้ และโปรตีนรวมกัน 2 เปอร์เซ็นต์


ข้อมูลจาก BBC Thai


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: