-

นั่งรถไฟไปดูทานตะวันบาน

|



งานนี้ต้องจองตั๋วล่วงหน้านะคะ ไม่งั้นคำตอบที่ได้รับจะเป็นเต็มครับ
เราเลือกจองแบบธรรมดาราคา 240 บาท (ไป-กลับ) แบบกินลมธรรมชาติ แบบตู้ที่มีแอร์ก็มีค่ะราคาก็สูงขึ้นอีกนิดแต่เราคิดแล้วว่าเราต้องการบรรยากาศธรรมชาติสุด ๆ มากกว่า



ตีตั๋วหลักสี่-โคกสลุง
รถออก 07.19 เจ้าหน้าที่บอกว่าเตรียมอาหารไปด้วยนะครับเราเลยจัดแจงซื้อข้าวเหนียว+หมูปิ้ง
เป็นอาหารเช้าที่สะดวกและง่ายที่สุด
พอขึ้นรถก็มีเจ้าหน้าที่ถือโทรโข่งมาประกาศต้อนรับสู่การท่องเที่ยวของการรถไฟตามตู้และตรวจตั๋วตามระเบียบ



ประมาณ 10 โมงเช้าเราก็ถึงทุ่งทานตะวันค่ะ
โฮ...สวยงามจริงๆ เจ้าหน้าที่คนเดิมถือโทรโข่งมาประกาศว่าจะจอดให้เราลงไปถ่ายรูปกันครึ่งชั่วโมง
เตือนนิดนึงสาว ๆ ถ้าไม่อยากดำควรทาครีมกันแดดและใส่เสื้อแขนยาวค่ะ เพราะแดดแรงมาก


กระโดดลงจากรถได้เราก็เดินดุ่มเตรียมชักภาพกันให้เต็มที่ แต่เดี๋ยวก่อน...
จ่ายค่าเข้าคนละ 5 บาทค่ะ
มีพี่ๆ เกษตรกรยืนถือกล่องให้เราหย่อนตังค์ลงไปก็เป็นการช่วยเรื่องค่าปุ๋ยต่างๆ นะค่ะ
ให้ไปเถอะ



ครบครึ่งชั่วโมง
รถไฟที่รักก็ส่งสัญญาณดังลั่นเรียกเรากลับขึ้นตู้ค่ะ เราก็แวะซื้อน้ำองุ่นกับน้ำทานตะวัน
ที่เกษตรกรเค้าเอามาขาย ขวดละ 20 บาท หวานเย็นชื่นใจติดมือขึ้นไปดื่มบนรถด้วยอากาศร้อนเหลือเกินค่ะ



ออกเดินทางกันต่อจุดหมายต่อไปคือเขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธิ์หรือรางรถไฟลอยน้ำค่ะ
ถึงกลางเขื่อนประมาณ 11 โมงค่ะ รถไฟก็จอดให้เราลงไปถ่ายรูปกันต่อ



จากนั้นประมาณ 11.30 เราก็ขึ้นรถเดินทางสู่สถานีปลายทางของวันนี้คือ สถานีโคกสลุงค่ะ
รถจอดที่สถานีโคกสลุงประมาณ 10 นาที
รถก็มาแวะพักให้เราลงมาหาข้าวเที่ยงทานและซื้อของฝากกันที่บริเวณสันเขื่อนค่ะ
ประมาณบ่าย 2 โมงครึ่งเราก็จึงได้ขึ้นรถกันอีกครั้ง
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 17.30 โดยสวัสดิภาพค่ะ


งานนี้ใครสนใจก็สอบถามได้ที่สถานีรถไฟใกล้บ้าน
หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดกันก่อนที่
http://www.railway.co.th/tour/tantawan/tantawan2550.asp

Tags »

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

กลับขึ้นด้านบน