หน้าแรก  บันเทิง  ดูหนัง  ฟังเพลง  กีฬา  ผู้หญิง  วาไรตี้  ท่องเที่ยว  เทคโนโลยี  มือถือ  กล้องดิจิตอล  เกมส์  ดูดวง 
 
 
ดูหนัง
ฟังเพลง
บันเทิง
ดูดวง
ผู้หญิง
วาไรตี้
เกมส์
เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว
กีฬา
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
 
 
กล้องดิจิตอล
โทรศัพท์มือถือ
ริงโทน โหลดเพลง
ตลาดซื้อขาย
สารบัญเว็บไทย
หางาน
ค้นหาเนื้อเพลง
เช็ครอบหนัง
ค้นหาดารานักร้อง
สรุปผลกีฬารายวัน
อัพโหลดไฟล์
บล็อก
ดูทีวีออนไลน์
ฟังวิทยุออนไลน์
คลิปวีดิโอ
อัลบั้มรูป
แกลอรี่ภาพสวย
หาเพื่อน แฟน กิ๊ก
ห้องแชท
เว็บบอร์ดสนทนา
เล่นเกมส์ออนไลน์
เช็คความเร็วเน็ต
ค้นหาคำศัพท์
ผลล็อตเตอรี่
ส่งอีการ์ด
สภาพอากาศทั่วไทย
 
ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า
 

"อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน" หนังสือเก่าจึงเต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายแตกต่างกันไป บางเล่มบอกเล่าเรื่องราวในอดีต เมื่อเกิดชำรุดเสียหาย คนไม่เห็นค่าอาจปล่อยทิ้งหรือชั่งกิโลขาย

ได้เงินไม่กี่บาท แต่สำหรับบางคนแม้จะไม่ได้โหยหาอดีต ทว่าให้ความสำคัญกับเรื่องราวเมื่อหนหลัง หนังสือจะเก่าชำรุดเพียงใด ก็พยายามซ่อมแซมให้ใช้การได้ใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อรักษาอดีตไว้คู่กับปัจจุบัน ต่อเนื่องไปถึงอนาคตข้างหน้า


ริมทางเดินชั้น 4 อาคารหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี "ลัดดาวัลย์ ทรัพย์สิน" ช่างพิมพ์ กลุ่มงานสงวนรักษาหนังสือ กลุ่มพัฒนาทรัพยากรห้องสมุด สำนักหอสมุดแห่งชาติ นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่กว่าปกติ บนโต๊ะเกลื่อนไปด้วยแผ่นกระดาษ ตั้งเอกสาร กองหนังสือเก่า เอกสารโบราณ มุมโต๊ะด้านหนึ่งมีโถกาว กระบอกฉีดน้ำ เข็ม กรรไกร มีด แปรงขนาดต่างๆ เกือบ 20 ปีมาแล้วที่ลัดดาวัลย์ทำงานอยู่กับกองหนังสือเก่าเหล่านี้ กับเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน

เป็น 3 ช่างซ่อมหนังสือของเมืองไทยก็ว่าได้ !

 "เจ้าหน้าที่กลุ่มงานนี้มีน้อย คนที่ทำงานต้องอดทนและมีใจรักจริงๆ เราทำงานซ่อมแซมหนังสือและเอกสารเก่าที่ล้วนมีความสำคัญเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว" ลัดดาวัลย์ บอกขณะใช้คีมตัวจิ๋วคีบหนอนหนังสือออกมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง

 ไม่เพียงแต่ผ่านวันเวลา แต่หนังสือเก่าที่นี่ยังผ่านผู้คนที่นิสัยใจคอแตกต่างกันไป จนปรากฏบาดแผลให้เห็นบนแผ่นกระดาษ บางคนเลือกที่จะทิ้งหนังสือหลังเสพความรู้ แต่ก็มีคนบางกลุ่มเลือกที่เยียวยาบาดแผลอย่างไม่ย่อท้อ โดยหวังที่จะรักษา "ชีวิต" ของตัวอักษรเหล่านี้เอาไว้ให้ได้

ลัดดาวัลย์ เล่าว่า หนังสือเก่าในหอสมุดแห่งชาติจะถูกส่งมารักษาซ่อมแซมที่นี่ หลักการสำคัญในการซ่อมหนังสือเก่า คือ จะต้องคงรูปลักษณ์เดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่แต่งเติมข้อความอื่นลงไป ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ซ่อมจะต้องไม่ทำลายเนื้อกระดาษ สิ่งสำคัญที่ทั่วโลกยึดถือก็คือ กระบวนการในการซ่อมทุกขั้นตอนนั้นจะต้องรื้อกลับมาซ่อมใหม่ได้

 ขั้นแรกของการซ่อมหนังสือเก่า จะต้องผ่านการตรวจสอบวิเคราะห์อาการของหนังสือ ซึ่งแต่ละเล่มจะมีอาการต่างกัน หนังสือเก่าส่วนมากมีอายุเกือบร้อยปี ผ่านกาลเวลา ผ่านผู้คนมามาก บ้างถูกปลวก มอด แมลงสาบ กัดกินเป็นรอยเว้าแหว่ง ฉีกขาด จึงต้องนำหนังสือเข้าตู้แช่แข็งที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส

เจ้าหน้าที่หอสมุดฯ จะนำหนังสือใส่ไว้ในถุงพลาสติกไล่อากาศออกให้หมด แช่ทิ้งไว้ในตู้แช่แข็ง 5 วัน เพื่อให้ความเย็นซึมเข้าไปฆ่าแมลงที่อาศัยอยู่ภายใน หลังจากนั้นจะนำออกมาแล้วทิ้งไว้จนกว่ากระดาษจะปรับสภาพให้เท่าอุณหภูมิห้อง จึงแกะถุงพลาสติกออกเข้าสู่กระบวนการเยียวยาขั้นตอนต่อไป

"แช่เย็นเสร็จแล้ว หนังสือและเอกสารเก่าจะมาถึงมือเรา แรกสุดเลยต้องทำความสะอาดแบบแห้งก่อน หากมีรอยเปื้อนเล็กๆ น้อยๆ ก็ใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นทีละหน้าๆ หากมีรอยเปื้อนหมึก น้ำชา กาแฟ รอยด่างต่างๆ จะใช้น้ำกลั่นชุบสำลีเช็ด หากรอยเปื้อนยังคงอยู่จะใช้เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเรียกว่าการทำความสะอาดแบบเปียก"

 หลายคนคงเคยเป็นช่างซ่อมหนังสือสมัครเล่นโดยไม่รู้ตัว ด้วยความปรารถนาดีในการเยียวยาหนังสือที่มีรอยฉีกขาดด้วย "เทปกาว" หารู้ไม่ว่านั่นกลับเป็นการสร้างบาดแผลร้าวลึกที่ยากจะเยียวยา

 "เทปกาวนี่แหละตัวดี ช่างซ่อมหนังสือทุกคนบอกเหมือนกันว่า เป็นรอยเปื้อนที่ยากจะเยียวยาที่สุด การลอกเทปกาวขนาดคืบหนึ่งออกก็ใช้เวลาครึ่งวันแล้ว"

หลังลบรอยเปื้อนและคราบสกปรกต่างๆ แล้ว ปฏิบัติการเยียวยาขั้นต่อไปคือ การทดสอบกระดาษว่ามีความเป็นกรดมากน้อยเพียงไร เพราะกรดเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเนื้อกระดาษๆ ที่มีสภาพความเป็นกรดมากๆ จะเหลืองกรอบ เปราะแตก และขาดง่าย 

 ระหว่างนี้ ลัดดาวัลย์ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำกลั่นป้ายลงบนกระดาษบริเวณที่ไร้ตัวอักษร จากนั้นใช้กระดาษทดสอบความเป็นกรด-ด่างทาบทับลงไป

 "หากค่าความเป็นกรดต่ำกว่าระดับ 7 แสดงว่ามีกรดเยอะ จะต้องเอามาลดกรดก่อนนำไปซ่อมค่ะ"

 ก่อนจะลดกรด ลัดดาวัลย์จะใช้ดินสอเขียนเลขหน้าไว้ที่มุมขวาล่าง แล้วลงมือเลาะหนังสือออกเป็นแผ่นๆ นำมาแช่น้ำยาลดกรดทีละแผ่น โดยหอสมุดแห่งชาติจะทำน้ำยาลดกรดไว้ใช้เอง มีส่วนผสมเป็นน้ำแมกนีเซียมคาร์บอเนต เอามาปั่นผ่านก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม  แล้วนำมาใส่อ่างไว้ นำกระดาษมาแช่ทีละแผ่นราวครึ่งชั่วโมง

 นึกภาพกระดาษเก่าอายุหลายสิบปี ทั้งบาง ทั้งเปราะ บ้างมีรอยฉีกขาด พร้อมละลายเปื่อยยุ่ย หายวูบไปกับน้ำ แต่จากการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน ช่างซ่อมหนังสือ บอกว่า กระดาษเก่าจะอันตรายมาก ทั้งแห้ง กรอบ เปราะ พอนำไปแช่บางแผ่นแตกลายงาทันที น้ำจะเพิ่มน้ำหนักให้กระดาษ บางครั้งหยิบขึ้นมารุ่ยและขาดง่าย ต้องใช้แผ่นพลาสติกที่เจาะรูรองกระดาษก่อน พอได้เวลาก็ยกขึ้น แค่นี้แผ่นพลาสติกก็ช่วยช้อนกระดาษเก่าเอาไว้อีกที

 มาถึงตรงนี้ บางคนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหมึกพิมพ์ที่อาจซีดจางหรือละลายหายไปพร้อมกับน้ำยาลดกรด ช่างซ่อมต้องอาศัยประสบการณ์กว่า 20 ปี สำหรับการประเมินด้วยสายตาว่า หมึกชนิดไหนละลายน้ำหรือไม่ละลาย เรียกว่า "มองปุ๊บก็รู้ได้เลย" แต่กระนั้นก็มีบางแผ่นที่ทำให้ไม่แน่ใจ 

 "ถ้าไม่แน่ใจเราจะยังไม่แช่น้ำยาลดกรด แต่จะเอาปลายพู่กันจุ่มน้ำยามาแต้มที่ตัวอักษรดูก่อน หากว่าหมึกละลายเราจะเคลือบน้ำยากันไว้ก่อน โดยเคลือบทีละตัว ทีละบรรทัด ทุกๆ แผ่น ทั้งเล่ม"


แผ่นกระดาษที่ลงแช่น้ำยาลดกรดแล้ว จะถูกนำมาผึ่งให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน "เสริมความแข็งแรง" ด้วยการเคลือบด้วยกระดาษสาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 ลัดดาวัลย์หยิบกระดาษไขวางลงบนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่รองด้วยแผ่นกระจก ก่อนบรรจงหยิบแผ่นกระดาษที่ผ่านการลดกรดมาทีละแผ่น วางลงไปอย่างเบามือ หยิบกระบอกฉีดน้ำขึ้นมาฉีดเป็นละอองฝอย กระดาษเริ่มม้วนงอ เธอรีบคว้าแปรงอันใหญ่จุ่มกาวเมทิลเซลลูโลสในขวด ปาดลงไปจนทั่วแผ่นแล้วหันไปหยิบกระดาษสาบางเฉียบสีเหลืองนวลใกล้เคียงกับสีน้ำตาลอ่อนของกระดาษเก่า ที่วางอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมมือถึง วางทาบลงไป แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำสะอาดหมาดๆ ตบลงไปเบาๆ ทั่วทั้งแผ่น ให้ตึงและเรียบ เธอวางกระดาษไขลงไปอีกแผ่น ก่อนพลิกกลับมาเคลือบอีกด้านด้วยวิธีเดียวกัน

 "กาวเมทิลเซลลูโลสผ่านการทดสอบแล้วว่า แมลงไม่กัดกินและไม่เกิดเชื้อรา ส่วนที่เลือกใช้กระดาษสามาเคลือบ เพราะกระดาษสาไม่มีกรด ไม่มีด่าง ไม่ทำลายกระดาษต้นฉบับ กระดาษสายังมีเยื่ออยู่ในตัว จึงเหนียวแข็งแรงทนทาน ด้วยความบางทำให้สามารถมองเห็นตัวหนังสือที่ถูกเคลือบได้อย่างชัดเจน เมื่อก่อนใช้กระดาษสาจากญี่ปุ่น ตอนหลังเราสั่งจากโรงงานในประเทศไทย สามารถกำหนดคุณสมบัติได้ตามต้องการ เอาหนา บาง หรือสีโทนไหน เพราะหนังสือเก่าหรือเอกสารโบราณมีความหนาบางและสีสันต่างกันไป"

 แผ่นกระดาษที่ผ่านการเคลือบเรียบร้อยแล้ว จะนำไปตากที่ตะแกรงไร้สนิมประมาณ 1 - 2 วัน จนแห้งสนิท เมื่อแห้งแล้วกระดาษจะงอตัว ไม่เรียบ ต้องเข้าเครื่องอัดเอกสาร เพื่อให้แผ่นกระดาษเรียบ โดยการอัดกระดาษนั้นจะทำ 3 ครั้ง และต้องใช้ "กระดาษซับ" รองกระดาษทุกแผ่นและพรมน้ำก่อนทุกครั้ง

 ครั้งที่ 1 อัดแล้วนำออกทันที แล้วเปลี่ยนกระดาษซับ ครั้งที่ 2 ทำเหมือนเดิม ส่วนครั้งที่ 3 เปลี่ยนกระดาษซับ แล้วอัดทิ้งไว้ 3 วัน กระดาษก็จะเรียบและแห้ง  

 นั่นคือการซ่อมแซมหนังสือที่ไม่มีบาดแผลมากนัก หากมีรอยเว้าโหว่ รูพรุน ฉีกขาดแหว่งวิ่น งานก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ลัดดาวัลย์หันไปหยิบกระดาษเก่าที่รอการรักษาขึ้นมา ก่อนจะเดินไปหยิบแผนที่เก่าออกมากางโชว์รอยโบ๋ ขาดวิ่น บางข้อความเลือนหายไป กระดาษบางส่วนขาดเป็นรูขนาดเท่าฝ่ามือ จนนึกสภาพตอนที่ยังสมบูรณ์ไม่ออก

 "กรณีนี้ไม่ยากค่ะ แต่จะเสียเวลามาก ต้องซ่อมทีละรู ทีละรอย แต่เราจะไม่เติมข้อความลงไปนะคะ เพราะนี่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ ไม่สามารถแต่งเติมอะไรลงไปได้ทั้งสิ้น เรามีหน้าที่เพียงซ่อมให้คงทน และมีสภาพเหมือนเดิมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจะไม่ทิ้งกระดาษเลยสักแผ่นเดียว เราซ่อมทุกแผ่นที่ส่งเข้ามา เท่าที่จะซ่อมได้"

 ส่วนรอยที่หักพับและขาดที่มุมกระดาษนั้น ช่างซ่อมบอกว่า สามารถต่อเติมเข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นรอยกัดกินของแมลงที่สร้างริ้วรอยไว้ทั่วทั้งแผ่น ต้องใช้สายตาแพ่งมองจนบางครั้งปวดตา เพราะต้องตัดกระดาษให้มีขนาดเท่ากับส่วนที่เว้าแหว่งพอดิบพอดี ซึ่งต้องเลือกใช้กระดาษที่มีสีและหนาใกล้เคียงกัน

 "ซ่อมทีละรู เสริมทีละรอย จนกว่าจะครบแผ่น ทั้งเล่ม ถ้าใจร้อนทำงานอย่างนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ไปเจอกระดาษที่โหว่ทั่วแผ่น ทั้งกรอบ ทั้งขาด โมโหขึ้นมาพาลจะขยุ้มทิ้งเสียเปล่าๆ เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ยังไงก็ต้องซ่อมให้เป็นแผ่นขึ้นมาให้ได้"

 พูดเสร็จลัดดาวัลย์นำกระดาษจากเครื่องอัดเอกสารมาแต่งขอบ เธอหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาทาบลงตรงขอบต้นฉบับ แล้วใช้คัดเตอร์บรรจงกรีดกระดาษสาส่วนที่เกินออก เหลือเป็นแผ่นกระดาษเท่าต้นฉบับที่ผนึกเรียบร้อยและแข็งแรง เธอจัดการเรียงหมายเลขหน้าตามที่เขียนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนแกะเล่ม เรียงทีละแผ่นจนครบเล่ม เพื่อส่งไปยังเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ทำงานเย็บเล่มมานานกว่า 25 ปี

 "หากเป็นหนังสือขนาดเล็กประมาณ 30 แผ่น 60 หน้า ตั้งแต่มาถึงมือเรา ผ่านการปัดฝุ่น ลดกรด ซ่อมรอยโหว่ การเคลือบ การอัดเรียบ เรียงหน้า พร้อมส่งไปเย็บเล่ม หนึ่งเล่มใช้เวลาประมาณ 5 วัน" ลัดดาวัลย์บอก ก่อนจะเหลือบมองกองหนังสือและเอกสารโบราณอีกหลายตั้งที่รอการเยียวยา แต่เธอและเจ้าหน้าที่อีก 2 คน ก็ทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง

 "พิการุณ โรหิตรัตนะ" อายุ 50 ปี ช่างซ่อมแผนกเข้าเล่ม เป็นเจ้าหน้าที่ 1 ใน 5 ของแผนกนี้ ทุกเดือนพวกเขาแต่ละคนจะรับผิดชอบเข้าเล่มหนังสือเก่าคนละประมาณ 800 เล่ม วันนี้ก็เช่นเดียวกัน พิการุณบรรจงใช้เข็มร้อยเชือกเย็บกระดาษ 2 - 3 แผ่น ที่ลัดดาวัลย์เพิ่งส่งมาให้ งานนี้ช่างแต่ละคนจะใช้ประสบการณ์ล้วนๆ ในการพิจารณาว่า ควรจะเย็บเล่มอย่างไร โดยดูจากของเก่าที่เข้าเล่มเอาไว้ เพื่อรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด แต่วิธีที่นิยมมากที่สุดคือการเย็บกี่ เพราะเป็นวิธีที่แข็งแรงใช้งานได้นาน

 พิการุณหยิบหนังสือที่ซ่อมเสร็จแล้ว ออกมากาง 180 องศา ปากก็บอกว่าเย็บกี่เหมาะสำหรับหนังสือที่ใช้บ่อย กางได้ 180 องศา ถึงแม้การเย็บกี่จะมีหลายวิธี แต่ที่เขาชอบใช้ คือ วิธีแบบโบราณหรือเย็บกี่ตั้งเสา ซึ่งเสียเวลามาก ถ้าเล่มหนึ่งมี 200 หน้า จะใช้เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่รวมเข้าปก

 ส่วนการเข้าปกนั้น พิการรุณบอกว่า ถ้าปกเดิมไม่ไหวจริงๆ ก็ทำใหม่ แต่ยังคงรักษาปกเก่าไว้ข้างใน เผื่อคนอื่นมาเปิดดูจะได้รู้ว่าปกเก่าเป็นอย่างไร พยายามใช้วัสดุที่ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ชื่อหนังสือก็จะนำอักษรมาเรียงพิมพ์ ถ้าเดิมมีตราพิเศษ ก็จะใช้น้ำยาลอกออกมาติดไว้ที่ปกด้วย 

 เสร็จจากมือของพิการุณแล้ว หนังสือเก่าเล่มใหม่จะอยู่ในสภาพแข็งแรง ทนทาน สะอาดตา เนียนมือ ปรากฏชื่อเล่มทั้งบนปกและสันสะดุดตา เหมือนกลับมี "ชีวิตใหม่" ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมที่จะออกไปทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองอีกครั้ง

 "ซ่อมหนังสือ" เมืองไทยไม่มีสอน

 "อรพินท์ ลิ่มสกุล" ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ เล่าว่า กว่าจะถึงวันนี้ช่างซ่อมหนังสือลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะในเมืองไทยไม่มีโรงเรียนสอนการซ่อมหนังสือ  ศาสตร์ความรู้ด้านนี้ก็ไม่มี ดังนั้น องค์ความรู้ทั้งหมดจึงรับมาจากต่างชาติ โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษางานต่างประเทศ เช่น เดนมาร์ก สิงคโปร์ และมาเลเซีย แล้วนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อความเหมาะสม

 "ปัญหาที่พบคือเครื่องไม้เครื่องมือบ้านเราไม่เหมือนเมืองนอก สภาพแวดล้อมก็ต่างกัน ต้องลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่มาวันนี้เราพร้อมที่จะเผยแพร่และอบรมให้แก่ผู้สนใจ"

 โดยวิทยากรก็ไม่ใช่ใครที่ไหน "ลัดดาวัลย์ ทรัพย์สิน" นั่นเอง นอกจากเธอจะเป็นช่างซ่อมหนังสือแล้ว อีกบทบาทหนึ่งก็คือ วิทยากรผู้ฝึกอบรมแก่ผู้ที่สนใจ โดยเรียนรู้มาจาก "ฉวีวรรณ โปษยะนันทน์" ผู้เป็นเสมือนครูในวงการซ่อมรักษาหนังสือเมืองไทย

 "มนุษย์" ตัวร้ายทำลายหนังสือ

 สาเหตุของการเสื่อมสภาพชำรุดเสียหายของหนังสือมีหลายประการด้วยกัน ได้แก่

 1.สาเหตุภายใน เป็นการชำรุดเสื่อมสภาพจากตัวหนังสือเอง เช่น วัตถุดิบหรือสารเคมีบางชนิด ที่ใช้ระหว่างผลิตกระดาษมีสภาพเป็นกรด เมื่อตกค้างเป็นเวลานาน ทำให้กระดาษเสื่อมคุณภาพ หมึกพิมพ์หรือน้ำหมึกบางชนิดมีสภาพเป็นกรดกัดกระดาษให้ขาดทะลุได้

 2.แสงสว่างและความร้อน แสงสว่างจากธรรมชาติและแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้า สร้างความเสียหายได้เช่นเดียวกัน แต่แสงแดดจะเป็นตัวทำลายรุนแรงกว่า ทำให้เนื้อกระดาษซีดจาง กรอบ เปราะ ขาดความแข็งแรง

 3.ความชื้นและน้ำ อากาศที่แห้งเกินไปทำให้หนังสือกรอบ เปราะ และบิดงอ หากความชื้นสูงมาก จะทำให้เกิดเชื้อจุลินทรีย์หรือขึ้นรา กระดาษขาดความแข็งแรงและเปื่อยยุ่ย นอกจากนี้ ความชื้นยังทำให้เกิดกรดในกระดาษด้วย

 4.แมลง ทำให้เอกสารชำรุดเสียหายเป็นรอยเว้าแหว่ง ฉีกขาด ทะลุเป็นรูโหว่ ยากที่จะซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมได้ แมลงที่พบ เช่น ปลวก แมลงสาบ มอด มด หนอนหนังสือ แมลงสามง่าม รวมทั้งสัตว์จำพวกหนูด้วย

 5.คน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หนังสือเกิดการชำรุดเสื่อมสภาพ ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การหยิบยกเคลื่อนย้ายโดยไม่ระมัดระวัง ทำให้เกิดการฉีกขาด เมื่อหนังสือชำรุดก็ซ่อมแซมไม่ถูกต้อง ด้วยการนำเทปกาวมาซ่อม เมื่อเวลาผ่านไปเทปกาวจะหดตัวและแยกออกจากกระดาษ เหลือแต่คราบกาวเหนียวๆ ซึ่งยากต่อการขจัดออก

 การใช้เข็มหมุด ลวดเย็บ คลิปหนีบกระดาษที่เป็นโลหะนานไป เกิดสนิมทำลายเอกสารได้เช่นเดียวกัน บางคนมักง่ายใช้หนังสือหนุนนอน รองนั่ง เท้าแขน การถือหนังสือไม่ถูกวิธี หรือแม้กระทั่งมือที่มีไขมันติดแล้วเปิดหนังสืออ่าน ก็มีส่วนทำลายหนังสือเหมือนกัน






ราเมศร ศรีทับทิม : เรื่อง

 กิตติ บุปผชาติ : ภาพ

ข้อมูลจาก :

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

 
คุณเห็นด้วยกับ ข่าว/บทความ นี้หรือไม่
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย
จำนวนคนโหวต 25 คน
เห็นด้วย 25 คน
100.0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0.0 %


 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
- โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
- ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 
ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
*อย่าลืมกรอกรหัสลับด้วยค่ะ
*นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
ความคิดเห็นที่ 5 : หัวข้อข่าว ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า ลบความคิดเห็นนี้!!
ผมมีหนังสือเก่ามากครับอยากจะซ่อมครับต้องทำยังไงบ้างครับ เบอร์ผม081-4988204 มนตรีครับ
จากคุณ montreesk@hotmail.com IP:115.87.77.170 [3 มี.ค. 10 15:05:44]
ความคิดเห็นที่ 4 : หัวข้อข่าว ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า ลบความคิดเห็นนี้!!
จากคุณ munra@windowslive.com IP:110.49.5.203 [6 ก.ค. 09 13:15:49]
ความคิดเห็นที่ 3 : หัวข้อข่าว ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า ลบความคิดเห็นนี้!!
ที่บ้านมีหนังสือเก่าที่ต้องการรับการรักษามากมายเลยค่ะ
อยากทราบข่าวการเปิดอบรมการซ่อมหนังสือค่ะ
จากคุณ meritatane@hotmail.com IP:58.8.101.64 [13 ส.ค. 08 15:20:38]
ความคิดเห็นที่ 2 : หัวข้อข่าว ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า ลบความคิดเห็นนี้!!
อยากทราบจะมีการอบรมการซ่อมหนังสือที่ไหน เมื่อไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
จากคุณ navasenee@gmail.com IP:124.121.98.195 [11 มี.ค. 08 23:13:48]
ความคิดเห็นที่ 1 : หัวข้อข่าว ช่างซ่อมหนังสือ คืน "ชีวิต" ให้หนังสือเก่า ลบความคิดเห็นนี้!!
อยากให้มีภาพประกอบขั้นตอนการซ่อมเยอะๆ
จากคุณ navasenee@gmail.com IP:124.121.98.195 [11 มี.ค. 08 23:04:51]
บึ้มธนาคารกรุงเทพ, ม็อบเสื้อแดง, คดียึดทรัพย์, ผีแดงเล็งเวโลโซ่, เครื่องบินไร้คนขับ, บ้านครูน้อย, ตัวอย่างหนังดัง, ดูดวงรายวัน, บาเยิร์นเล็งพีนาร์แทนริเบรี่, วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010, ความหมายของ ของขวัญวันวาเลนไทน์, My Valentine, LG GW620, ทาทา ยังปัดหมั้นเงียบ, ตรุษจีน 53 รณรงค์ใส่ชมพู, ฉีดกลูต้าไธโอน, อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว, ปีศาจแดงเล็งขายโอเว่น, ตรวจล็อตเตอร์รี่, ฟังเพลงสาลิกาลิ้นทอง ว่าน ธนกฤต, 8 วิธีทำหน้าใส, เว็บไซต์สำหรับผู้สูงอายุ, สมอลลิ่งซบผี 4 ปี, อนันดาเลิกจี๊ด แสงทอง, ป้าเช็ง, เครื่องยิงฟรีคิก, ปรับโฉมท้องสนามหลวง, เส้นทางสายกาแฟ, กลโกงมิเตอร์รถแท็กซี่, 5 สุดยอดอาหารบำรุงผม, มือถือ Nokia X3, ดิมาเรียปัดร่วมทีมแมนฯซิตี้, ข้อควรระวังกับน้ำดื่มพลาสติก, ฟังเพลงจากนี้ เอ็ม อรรถพล, แผ่นดินไหวเฮติ, หัวใจ 2 ภาค, ภัยเงียบในปาท่องโก๋, ครูบ้านนอก, ผีเล็งขายสนามแคร์ริงตัน, เขายายเที่ยง, ฮีโรส์ (Heroes), เฮ้ เธอ, เอาให้ตาย, แอลกอฮอล์ (ช่วยได้มาก), อารมณ์ดี, หนีไม่พ้น, วิช (Wish), วีน, วันที่ไม่มีจริง, รักไม่ต้องการเวลา,
แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ 2000-2009 ThaiZa.com, All rights reserved.