Thaiza.com บันเทิง  ดูหนัง  ฟังเพลง  ผู้หญิง  กีฬา  วาไรตี้  ข่าวเด่น  เทคโนโลยี  เกมส์  แกลอรี่  ท่องเที่ยว  มือถือ  กล้องดิจิตอล  ดูดวง Trend  
หน้าแรกวาไรตี้ เฮฮาขำขัน เตือนภัย สาระน่ารู้
สยองขวัญ ธรรมะ ธรรมโม ไลฟ์สไตล์ มุมหนังสือ อาหาร เว็บบอร์ดวาไรตี้  
สาระน่ารู้
“ฟันน้ำนม” ใครคิดว่าไม่สำคัญ


มักมีผลงานวิจัยออกมาบ่อยครั้งเกี่ยวกับความสำคัญของฟันน้ำนม ที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะละเลยการให้ความสำคัญการดูแลรักษาฟันน้ำนม ซึ่งถือเป็นฟันซี่แรกของหนูน้อย เพราะมีความเชื่อที่ว่าอีกหน่อยก็มีฟันแท้ซึ่งจะอยู่คู่ติดตัวไปอีกนาน ฟันแท้จึงควรมีความสำคัญและบทบาทมากกว่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากำลังคิดผิด


รศ.ทพญ.ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เล่าถึงผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2550 พบว่า ร้อยละ 61.4 ของเด็กไทยอายุ 3 ปี มีฟันผุอย่างน้อยหนึ่งซี่ ในกลุ่มนี้ร้อยละ 2.33 เริ่มมีการสูญเสียฟันแล้ว ทั้งที่ฟันน้ำนมควรหลุดตามปกติในช่วงอายุ 6-13 ปี โดยการวิจัยระยะยาวเกี่ยวกับการเกิดฟันผุในเด็กเล็ก ผลสำรวจน่าตกใจที่ประเทศไทยพบว่า เริ่มมีการเกิดฟันผุซี่แรกตั้งแต่เด็กอายุเพียง 9 เดือน ทั้งๆ ที่ควรจะอยู่ในช่วงอายุ 9-18 เดือน ที่ผ่านมาพ่อแม่ผู้ปกครองอาจไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลฟันน้ำนม ทั้งๆ ที่ฟันน้ำนมมีประโยชน์ไม่น้อยกว่าฟันแท้เลย คือ ฟันน้ำนมมีประโยชน์ต่อการบดเคี้ยว การออกเสียง ความสวยงาม รวมถึงบุคลิกภาพ และยังมีผลต่อการทำให้ฟันแท้ขึ้นได้ตรงทิศทางที่ควรจะเป็นในเวลาที่เหมาะสม ทำให้ลดปัญหาที่ต้องมีการจัดฟัน ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย

รศ.ทพญ.ชุติมา ยังบอกอีกว่า หากฟันน้ำนมผุจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์ของเด็ก อาทิ การมีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าปกติ และศีรษะเล็กกว่าปกติ เด็กจะรับประทานอาหารได้น้อยลง เพราะในภาวะที่เด็กมีความเจ็บปวด และอยู่ในระหว่างการติดเชื้อของฟัน รวมถึงการมีความเจ็บปวดทำให้รบกวนการนอน ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการเติบโตของร่างกาย ทำให้มีผลต่อพัฒนาการของเด็กในที่สุด ซึ่งเด็กที่มีฟันน้ำนมผุสูงก็จะส่งผลให้ฟันแท้ผุสูงตามไปด้วย

นอกจากนี้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากฟันผุ คือ เกิดความเครียดในครอบครัว อดนอน เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา เสียรายได้จากการลางานเพื่อพาบุตรหลานมารักษาฟัน และยังต้องตระเวนหาผู้เชี่ยวชาญรักษาโรคฟันในเด็ก เนื่องจากปัจจุบันนี้มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาฟันเด็กน้อยมาก


แล้วฟันผุเกิดจากปัญหาใด?
เป็นความเชื่อมาโดยตลอดที่ว่าเกิดจากการกินของหวาน แปรงฟันไม่ถูกวิธี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดฟันผุอย่างแน่นอน ตามที่ได้ร่ำเรียนกันมา รศ.ทพญ.ชุติมาได้ขยายให้ฟังอีกว่า ยังพบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุในเด็กเล็ก เกิดจากการดูดนมแม่ นมขวด ที่ดูดคาปากเวลานอน ถึงแม้จะเป็นนมจืด แต่ในนมจืดมีน้ำตาลแล็กโตส ขณะที่ในช่องปากมีแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นกรดและเกิดฟันผุได้ แล้วยังพบอีกว่าผู้ปกครองจำนวนมากไม่ทราบว่าควรจะแปรงฟันลูกเมื่อไหร่ บางรายก็แปรงเมื่อลูกเริ่มโตเดินได้ แต่ความจริงแล้วผู้ปกครองควรแปรงฟันลูกตั้งแต่ซี่แรก ซึ่งวิธีการแปรงฟันอย่างถูกวิธีทำได้ไม่ยาก

๐ แปรงฟันตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 500 ppm ใช้ยาสีฟันเพียงเล็กน้อย ปริมาณขนาดแตะปลายขนแปรงพอชื้น

๐ เลือกแปรงสีฟันที่มีลักษณะขนแปรงนุ่ม หน้าตัดเรียบ หัวเล็กที่สามารถครอบคลุมฟันประมาณ 3 ซี่ และมีด้ามจับที่ใหญ่

๐ แปรงฟันให้แก่เด็กวันละ 2 คร้ง โดยอาจแปรงฟันในช่วงก่อนหรือหลังอาบน้ำให้แก่เด็กเพื่อฝึกให้เป็นกิจวัตร

๐ การแปรงฟันควรให้เด็กอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนหรืออาจให้เด็กนอนบนตัก โดยที่สามารถแปรงฟันได้ครอบคลุมทุกซี่  จากนั้นต้องไม่ลืมเช็ดฟองที่เกิดขึ้นออก เพื่อให้ง่ายควรใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับแปรงสีฟัน ช่วยประคองคางเด็ก ใช้นิ้วช่วยดันแก้ม และริมฝีปากออก เพื่อให้เห็นบริเวณที่จะแปรง วิธีนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้แปรงสีฟัน กระแทกถูกริมฝีปาก หรือกระพุ้งแก้มของเด็ก

ผู้ปกครองควรแปรงฟันให้เด็กอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุประมาณ 7-8 ขวบ ซึ่งจะเป็นช่วงอายุที่เด็กมีการพัฒนาของกล้ามเนื้อนิ้วมือได้ดีแล้ว หรืออาจสังเกตจากที่เด็กผูกเชือกรองเท้าได้ด้วยตัวเอง

"โดยทั่วไปน้ำตาลแล็กโตสในนมไม่ได้มีผลทำให้ฟันผุโดยตรง แต่แบคทีเรียในช่องปากมีความสามารถพิเศษที่จะปรับตัว และสามารถทำให้แล็กโตสเกิดกรดได้ ดังนั้น การดูแลรักษาฟันอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี อย่างยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์จากการศึกษาในระยะสั้นจะช่วยป้องกันฟันผุได้ประมาณร้อยละ 30 แต่มีนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าหากศึกษาในระยะยาวจะพบว่าฟลูออไรด์จะช่วยลดการเกิดฟันผุให้ได้ประมาณร้อยละ 50-60 ส่วนยาสีฟันของเด็กที่มีรสหวานนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเป็นตัวการทำให้ฟันผุ เพราะในยาสีฟันของเด็กจะใช้น้ำตาลเทียม" รศ.ทพญ.ชุติมา กล่าว

แต่หากเกิดฟันผุไปแล้วจะทำอย่างไร ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อเกิดฟันผุในเด็กเล็ก ทพญ.กุลยา รัตนปรีดากุล อดีตประธานชมรมทันตกรรมสำหรับเด็กแห่งประเทศไทย เล่าว่า ฟันผุที่ไม่ได้รักษาจะเกิดอาการบวมและติดเชื้อในช่องปากได้ เด็กบางคนพบฟันผุมากบวมไปถึงใต้ตาจนเกือบตาปิดก็มี การรักษาฟันผุจำนวนมากต้องใช้เวลาการรักษามากกว่า 10 ครั้ง

กรณีติดเชื้อเฉียบพลัน 1.ควบคุมติดเชื้อไม่ให้ลุกลาม ให้การรักษาในโรงพยาบาลและให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด (IV) 2.กำจัดสาเหตุของโรค โดยร่วมกับการดมยาสลบ ถอนฟันและผ่าระบายหนองออก จากนั้นจึงรักษาฟันผุซี่อื่นๆ ในช่องปาก

"เมื่อฟันผุเจ็บปวดเป็นหนอง จึงจำเป็นต้องได้รับการทำฟันโดยการดมยาสลบ ซึ่งแม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เด็กเล็กได้รับการรักษาที่มีคุณภาพสูง แต่ทั้งทีมแพทย์และผู้ปกครองทราบดีว่าต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันในการรักษานั้น การดมยาสลบในเด็กต้องทำอย่างรอบคอบ โดยเวลาที่ใช้ในการดมยาสลบ คือ 3-6 ชั่วโมง และฉีดยาให้เด็กหลับก่อนที่จะดมยา เพื่อไม่ให้เด็กฝังใจกลัวหมอฟัน เราจะใส่ท่อช่วยหายใจทางจมูกเพื่อช่วยให้มีพื้นที่ในช่องปากมากขึ้น และต้องมีการถ่ายเอกซเรย์ในช่องปากและวางแผนรักษา นอกจากนี้ไม่ควรดมยาสลบในเด็กที่มีอาการไข้หวัด ควรจะให้หายจากอาการหวัดประมาณ 2 สัปดาห์ถึงทำการรักษาได้"ทพญ.กุลยา รัตนปรีดากุล กล่าว

ขณะเดียวกันทันตแพทย์เด็กจะพบว่าในประเทศไทยมีเพียง 400 คน หรืออัตราส่วนทันตแพทย์ 1 คน ต่อเด็ก 12,000 คน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะการรักษาฟันในเด็กยากกว่ามาก มีความเสี่ยงหลายอย่าง มักพบว่าเด็กจะฟันผุในอัตรา 9-20 ซี่ได้ เมื่อเด็กฟันผุมากกว่า 10 ซี่ ก็จำเป็นต้องใช้วิธีดมยาสลบเพื่อรักษาในครั้งเดียว จากข้อมูลคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล พบเด็กอายุน้อยที่สุดที่ถูกวางยาสลบเพียง 18 เดือนเท่านั้น ในปี พศ.2552-2553 มีหน่วยงานทันตกรรม 3 แห่ง ได้รักษาโดยบูรณะฟันทั้งปากและดมยาสลบให้คนไข้เด็กมากกว่า 200 ราย ค่ารักษาสูงถึง 3.9 ล้านบาท โดยทุกสัปดาห์จะมีเด็กเล็กอายุไม่ถึง 3 ปี จำนวน 2-3 คน มีฟันผุ 9-20 ซี่ ต้องดมยาสลบเพื่อรักษา คิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อรายสูงถึง 12,000 -50,000 บาท เพราะเด็กเล็กต้องมีแพทย์ร่วมกันดูแลหลายด้าน

ดูแลฟันซี่แรกลูกรักตั้งแต่วันนี้ เพื่อยิ้มสวยของลูกน้อยตลอดไป




ที่มา สสส. http://www.thaihealth.or.th/





TAG : ฟันน้ำนม
 
คุณเห็นด้วยกับ ข่าว/บทความ นี้หรือไม่
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %
บทความที่เกี่ยวข้อง
สุขภาพฟันน้ำนม อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
สุขภาพฟันน้ำนม อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
เข้าถึง 80 คน
แสดงความเห็น
 
 เกร็ดความรู้  ดูตลก
 ตลกๆ  เตือนภัย
 ธรรมะ  น่ากลัว
 ร้านอาหารแนะนํา  ไลฟ์สไตล์
 สยองขวัญ  สาระน่ารู้
 สูตรอาหาร  หนังสือ
 อาหารจานเดียว  อาหารเจ
สิงหาคม 2557
S
M
T
W
T
F
S
2
 เทศกาลทุเรียน "ป่าละอู"
 เทศกาลขนมเค้กจังหวัดตรัง
 เทศกาลเงาะ ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ
 กิจกรรมวันแม่ที่สวนอัมพร
 งานดนตรีแห่งแผ่นดิน "คีตศิลป์ แผ่นดินนารายณ์"
มิติเร้น
มิติเร้น หนึ่งใน 88 หนังสือดีวิทยาศาสตร์ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และกรมวิชาการ ผู้อ่านที่ชอบผลงานของ "จินตวีร์ วิวัธน์" ไม่ควรพลาด... อ่านต่อ
 รากบุญ : รอยรักแรงมาร
 เด็กชายในชุดนอนลายทาง
 ปีกมงกุฎ
 ชั่วพริบตาย
 ปล่อยใจไปกับ...เช็ก
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 5
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 4
 สัจธรรมแห่งจักรวาล
 อมตะ
 มนตราแห่งดารา
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 3
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 2
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 1
 สู่นรกภูมิ
 กิเลส Management
ฝูงปิกาจูมาเยือน
ฝูงปิกาจูมาเยือน
โจ๋ไทยโชว์บีตบอกซ์สุดเจ๋ง
โจ๋ไทยโชว์บีตบอกซ์สุดเจ๋ง
หนูน้อยอารมณ์ดี หัวเราะเริงร่า
หนูน้อยอารมณ์ดี หัวเราะเริงร่า
นักข่าวร้องเพลงอวยพร นายกฯ หญิงเยอรมัน ฉลองเบิร์ธเดย์ 60 ปี
นักข่าวร้องเพลงอวยพร นายกฯ หญิงเยอรมัน ฉลองเบิร์ธเดย์ 60 ปี
ฮา อาม่าบ่นหลาน เตือนงดเหล้าเข้าพรรษา
ฮา อาม่าบ่นหลาน เตือนงดเหล้าเข้าพรรษา
หนูน้อยหัดผิวปาก
หนูน้อยหัดผิวปาก
น่ารัก!หนุ่มน้อยไต้หวันปลอบเพื่อนมารร.วันแรก
น่ารัก!หนุ่มน้อยไต้หวันปลอบเพื่อนมารร.วันแรก
หนูน้อยจอมเถียง ต่อปากต่อคำกับคุณพ่อ
หนูน้อยจอมเถียง ต่อปากต่อคำกับคุณพ่อ
แม่ง อย่างหลอน !!
แม่ง อย่างหลอน !!
the shock ครบ 7 วัน
the shock ครบ 7 วัน
the shock ครอบครัววิญญาณ
the shock ครอบครัววิญญาณ
the shock โค้งผาแดง
the shock โค้งผาแดง
the shock ใคร
the shock ใคร
the shock ใครข้างทาง
the shock ใครข้างทาง
the shock โฆษณาผี
the shock โฆษณาผี
the shock เงา
the shock เงา
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
- โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
- ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 
ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
*อย่าลืมกรอกรหัสลับด้วยค่ะ
*นามแฝง หรือ e-mail คุณ