Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

งาน “ความสัมพันธ์อยุธยา-ศรีลังกา”
2 ส.ค. 55 - 4 ส.ค. 55

งาน “ความสัมพันธ์อยุธยา-ศรีลังกา”
ณ ศาลากลางหลังเก่า
วันที่ 2 - 4 สิงหาคม 2555


ผู้ว่าฯ อยุธยา จับมือ ออท.ศรีลังกา จัดงาน “ความสัมพันธ์อยุธยา-ศรีลังกา” พร้อมอัญเชิญ พระเขี้ยวแก้วจำลองจากเมืองแคนดี้ ร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตีช่วงวันอาสาฬหบูชา 2-4 ส.ค.นี้

วันหยุดอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา 2-4 สิงหาคม ศกนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย จะจัดงาน “ความสัมพันธ์อยุธยา-ศรีลังกา” ที่ศาลากลางหลังเก่าอย่างพิเศษสุดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ฯ โดยอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของศรีลังกาคือ “พระเขี้ยวแก้ว” จากเมืองแคนดี้(องค์จำลอง)ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชา และจัดแสดงขบวนแห่ “เอสาละ เปราเหรา” ซึ่งเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของศรีลังกา พร้อมด้วยหลักฐานสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนา “สยามนิกาย” และพระอุบาลีมหาเถระ หัวหน้าคณะพระธรรมทูตไทยในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ไปฟื้นฟูสืบทอดพุทธศาสนาในศรีลังกาซึ่งเสื่อมลงในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังจัดการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี นาฏศิลป์พื้นเมือง และสาธิตงานหัตถกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก รวมถึงอาหารหลากประเภท ฯลฯ

นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “ศรีลังกากับไทยเป็นเหมือนญาติที่สนิทกันมาตั้งแต่โบราณ โดยมีความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากการที่พระสงฆ์ลังกาได้เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาท ‘ลังกาวงศ์’ ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา คณะพระธรรมทูตไทยได้ไปฟื้นฟูพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา อันเป็นที่มาของ ‘สยามวงศ์’ และ ‘สยามนิกาย’ ที่เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถานทูต ศรีลังกา โดยนอกจากเป็นการย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ซึ่งเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่ง พุทธศาสนิกชนในไทยจะได้มีโอกาสกราบสักการะพระเขี้ยวแก้วซึ่งเปรียบเสมือนได้เดินทางมาเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้นมัสการพระธรรมคำสอนในพระคัมภีร์ใบลานที่นำมาจัดแสดงด้วย

ในส่วนของอยุธยาจะมีการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยแนวพุทธธรรม โดยคณะโกมลกูณฑ์ ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งจะถ่ายทอดความงามผ่านองค์ประกอบต่างๆ ของการแสดง ด้วยเทคนิคสื่อผสมที่งดงาม แปลกตา, การบรรเลงดนตรีแนวพื้นบ้านไทยผสมผสานกับ ‘ซีต้าร์’ ที่เป็นเครื่องดนตรีตะวันออกของอินเดีย-ศรีลังกา โดย คุณนุภาพ สวันตรัจฉ์, การแสดงหุ่นสายเรื่อง ‘ศรัทธามหาบุรุษ’ โดยคณะ หุ่นสายเสมา และการแสดงแสง เสียง ที่จะสร้างความประทับใจให้กับทุกท่าน”

ด้าน พลเอก สุวันทะ แหนนะทิเค ศานตะ โกฏเฏโกฑะ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย ให้รายละเอียดว่า “นอกเหนือจากการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วองค์จำลองจากเมืองแคนดี้ และการจัดแสดงศาสนวัตถุ-สิ่งของสำคัญทางพุทธศาสนาฝ่ายสยามนิกายเพื่อร่วมฉลองปีพุทธชยันตีแล้ว ทางศรีลังกาจะจัดการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองหลายชุดที่หาชมได้ยาก มีเอกลักษณ์เด่นคือลีลาท่วงท่าที่โลดโผน ว่องไว เร้าใจ การร่ายรำกับกลองนานาชนิด การแสดงหุ่นสายแบบดั้งเดิม การฉายภาพยนตร์ การสาธิตงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ อาทิ การแกะสลักไม้ การทำเครื่องทองเหลือง เป็นต้น พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าที่ขึ้นชื่อ เช่น ชาซีลอน ซึ่งเป็นหนึ่งในชาที่ดีที่สุดของโลก อัญมณี เครื่องประดับ ฯลฯ ตลอดจนอาหารคาวหวานจานเด่นของศรีลังกา ทั้งหมดนี้เราได้เตรียมมาเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ”



กลับขึ้นด้านบน