Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน
6 เม.ย. 55 - 7 เม.ย. 55

ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน
วันที่ 6-7 เมษายน 2555
ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์


จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอสังขะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอสังขะ กำหนดจัดงาน“ประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ประจำปี 2555 ขึ้นในวันที่ 6-7 เมษายน 2555 ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถาน “ปราสาทภูมิโปน” ซึ่งเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นผ่านการแสดงแสง สี เสียง “นิรมิตภูมิโปนเทวาลัยแห่งเจนลนคร” (กำเนิดเนียง ด็อฮฺ ธม)


นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง 3 หลังเป็นปรางค์ก่ออิฐมีหินทรายประกอบ อีกหลังหนึ่งเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ตามศิลปะแบบไพรกเมง จากการขุดแต่งพบชิ้นส่วนจารึก 1 ชิ้น ที่ปรางค์องค์ใหญ่ จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ซึ่งนิยมใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13 ประกอบกับลวดลายใบไม้ม้วนที่เหลืออยู่เป็นลวดลายแบบที่รับอิทธิพลมาจากศิลปะคุปตะรุ่นหลังของอินเดียรวมทั้งเทคนิควิธีการก่ออิฐที่ไม่ถือปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า กับการศึกษาลวดลายเสาประดับกรอบประตู


นอกจากนี้ปราสาทภูมิโปนยังมีตำนานรักสามเศร้าของเนียง ด็อฮฺ ธม ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อม ไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกบวมงาม ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง 2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาส ได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอกจนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน



กลับขึ้นด้านบน