Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

๑๐ ความจริงสุดลึกซื้งของคำสอนในพุทธศาสนา

|



คำสอนในพุทธศาสนาที่นับวัน แม้แต่นักควอนตัมฟิสิกซ์จะค้นพบข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความเป็นจริงได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว

อวิชชาคือเหตุ "เวียนว่ายตายเกิด"

๑๐ ความจริงสูงสุดที่ทุกคนควรตระหนัก

๑. แท้จริงแล้วสุขทุกข์ไม่ได้เกิดจากใครทำ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากการกระทบกันของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ปัจจัยภายนอกเป็นเพียงตัวแปร ปัจจัยภายในได้แก่ สติ คือสาเหตุใหญ่ ถ้าสติไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เป็นใครมาจากไหน ก็มีความทุกข์ได้ทั้งนั้น เมื่อสติแข็งแรง ย่อมเห็นกระบวน การทำงานของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเห็นกระบวนการดังกล่าว จิตย่อมไม่เสวยอารมณ์ อันเป็นต้นเหตุของสุข ทุกข์ สุขทุกข์จึงถูกปรับสมดุลให้อยู่ในภาวะเป็นกลาง สิ่งนี้เรียกว่า ความเบิกบาน

๒. ความเป็นเรา เป็นเขา คือ กระบวนการปรุงแต่งของจิต แท้จริงแล้ว ตัวเราไม่มีอยู่ คำว่าตัวเราไม่มีอยู่นี้ ไม่ใช่คำอุปมาอุปไมย แต่เป็นสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้เอง จากการฝึกจิต ความเป็นตัวเรานั้นเปรียบเหมือนรถยนต์หนึ่งคัน เมื่อจับล้อไว้ทางหนึ่เครื่องยนต์ไว้ทางหนึ่ง ประตู ตัวถังไว้ทางหนึ่ง เมื่อจับแยกส่วนได้เช่นนี้ สภาพความเป็นรถยนต์ก็หมดไป เมื่อฝึกสติจนแยกกาย ความคิด และจิต ออกจากกันได้ ความเป็นตัวเราก็หมดไปด้วย เมื่อความเป็นตัวเราหมดไป ผู้ยึดมั่นถือมั่นก็หมดไปด้วย ความทุกข์ทั้งปวงก็เป็นอันยุติ

๓. เราทั้งหลาย ล้วนเกิดมาหลายล้านชาติ เป็นจำนวนที่นับไม่ได้ เคยเกิดเป็นคนรวย คนจน ราชา พระ ยาจก เป็นคนฉลาด เป็นคนโง่เขลา เป็นคนพิการ เป็นคนรูปงาม เป็นชาย เป็นหญิง เป็นกระเทย เป็นทอม เป็นนักบุญ เป็นมหาโจร เคยเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก เปรต เทวดา เคยเป็นมาทุกอย่าง ดังนั้น ถ้าชาตินี้เกิดมาดี ก็ไม่ได้แปลว่าชาติหน้าจะดี ชาตินี้อาจเป็นมหาเศรษฐี ชาติหน้าอาจเกิดเป็นสัตว์นรก ชาตินี้อาจเป็นสัตว์เดรัจฉาน ชาติหน้าอาจเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในตระกูลสูงก็เป็นได้ ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด จงอย่าลำพองใจว่า เรานั้นดีแล้ว ประเสริฐแล้ว เพราแท้จริง ไม่มีใครเลยที่ดีกว่าใคร ทุกคนล้วนอยู่ในความสุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น

๔. จิตสุดท้ายก่อนตาย เป็นสิ่งชี้วัดว่าชาติหน้าเราจะไปเกิดเป็นอะไร ขณะที่จิตสุดท้ายเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากที่สุด ในวินาทีสุดท้ายความเศร้า ความกลัว ความสงสัย การยึดติด และความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ จะดึงมนุษย์ให้ไปปฏิสนธิจิตในภูมิเบื้องต่ำ ได้แก่ นรก เปรต เดรฉาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหลังจากตายไปแล้ว มีเท่าจำนวนเม็ดทรายที่ปลายนิ้ว ส่วนทรายที่เหลือบนปฐพี เทียบได้กับผู้ที่ตายแล้วไปจุติในอบายภูมิ ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว คงน้อยกว่า 0.000000001เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่า เป็นไปได้มากเหลือเกินว่า คนทั้งหมดที่เรารู้จัก จะไม่มีใครเลยที่จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ไม่เว้นแม้กระทั้งเราเอง

๕. ชีวิตที่เราเห็นอยู่ เป็นชีวิตชั่วคราว เมื่อเราตาย สิ่งที่เราหามาด้วยความลำบาก สิ่งที่เราเคยมั่นหมายว่าสำคัญ ทั้งความสามารถ เกียรติภูมิ ลูก เมีย ผัว หน้าที่การงาน สมบัติพัสถาน เงินทอง บ้านช่อง ที่ดิน ความภาคภูมิใจ ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรเลยที่เราสามารถนำติดตัวไปได้ คำถามสำคัญที่เราควรต้องคิด คือ "ทุกวันนี้เราใช้เวลาที่มีเพื่อสิ่งใด" แน่นอนว่า เวลาเกือบทั้งหมดของเรามุ่งไปสู่สิ่งที่เราไม่สามารถนำติดตัวไปได้ เหล่านี้ คือเรื่องอันตรายที่เราสมควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน

๖. บุญบาปเป็นของมีจริง ทุกการกระทำของเรา ย่อมส่งผลสะท้อนกลับ ไม่วันนี้ก็วันหน้า ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า คำพูด และการกระทำ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เราคิด พูดสิ่งใด ทำสิ่งใดลงไป มิได้จารึกไว้เพียงโลกนี้ หากแต่มันจะจารึกไว้ในสังสารวัฏ ในจิตของเรา และเราจะต้องเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำของตนเอง ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้น จงระวังคำพูด และการกระทำของเราไว้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่

๗. ทุกคนที่เราเห็น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ผู้คน ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ตลอดการเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้จักกัน ไม่มีใครเลยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และตราบใดที่เรายังเวียนว่ายตายเกิด เราและเขา จะได้พบกันอีก ไม่ฐานะใดฐานะหนึ่ง ทำดีกับเขาวันนี้ จะพบกันในเส้นทางที่ดี ทำร้ายเขาในวันนี้ ก็จะต้องตามจองเวรกันต่อไปไม่สิ้นสุด ดังนั้น คำว่า "เพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย"จึงเป็นคำที่มีนัยยะสำคัญกว่าที่เราคิดไว้หลายเท่า จงมองผู้อื่นให้เหมือนครอบครัวของท่าน นั่นคือ หนทางที่ดีที่สุด

๘. เมื่อการเวียนว่ายตายเกิดมีจริง การบริหารจัดการชีวิตของเรา ก็สมควรเป็นการบริหารจัดการชีวิตที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่เน้นหนักในชาติใดชาติหนึ่ง ชาตินี้ก็ต้องกินต้องใช้ แต่ชาติหน้าก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด กิจกรรมบางอย่าง อาจส่งผลดีสูงสุดในชาตินี้ แต่ชาติหน้าอาจทำให้ท่านไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่อัตภาพ ความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ในทุกวัน เราควรถามตนเองว่า วันนี้เราได้เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวในชาติหน้า

เป้าหมายการเกิดเป็นมนุษย์คือการดับกิเลส และทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง คือการดับความไม่รู้ หรืออวิชชา อันเป็นต้นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏถ้าชาตินี้เรายังตั้งเป้าหมายเก่าๆ ซ้ำๆ เดิมๆชีวิตของเราคงไม่ต่างอะไรกับนิยายน้ำเน่าที่นำมา เล่าซ้ำเปลี่ยนแต่เพียงชื่อแซ่ หน้าตา เสื้อผ้า หน้า ผม เช่นนี้แล้ว การเกิดของเราคงเป็นการเกิดที่ไร้ค่า

หยุดคิด พินิจ ใคร่ครวญ ด้วยสัมปชัญญะ อัตภาพความเป็นมนุษย์ คือ สิ่งล้ำค่าอันหาที่สุดมิได้ ทุกวันนี้ท่านกำลังใช้สิ่งล้ำค่าที่ว่า เพื่อแสวงหาสิ่งใดอยู่หรือ ?
ขอบคุณบทความธรรมะจาก FB ท่านคมสรณ์ ข่าวสารงานพระธรรมทูตอินเดีย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

พระสงฆ์ทั่วเอเชียผนึกกำลังเชื่อมเครือข่ายพุทธศาสนาและด้านมนุษยธรรม

พระสงฆ์ทั่วเอเชียผนึกกำลังเชื่อมเครือข่ายพุทธศาสนาและด้านมนุษยธรรม

พระสงฆ์ทั่วเอเชียแสดงคำมั่นในการผนึกกำลังพุทธศาสนา สู่การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ร่วมกับองค์กรมนุษยธร...

SHAREความคิดเห็น
สวยเก่งครบสูตร รถเมล์ - คะนึงนิจ เข้ารับรางวัลทูตพระพุทธศาสนา

สวยเก่งครบสูตร รถเมล์ - คะนึงนิจ เข้ารับรางวัลทูตพระพุทธศาสนา

สวยเก่งครบสูตร รถเมล์ - คะนึงนิจ เข้ารับรางวัลประกาศเกียติคุณทูตพระพุทธศาสนารถเมล์ - คะนึงนิจ จักรสม...

SHAREความคิดเห็น
๑๐ ความจริงสุดลึกซื้งของคำสอนในพุทธศาสนา

๑๐ ความจริงสุดลึกซื้งของคำสอนในพุทธศาสนา

คำสอนในพุทธศาสนาที่นับวัน แม้แต่นักควอนตัมฟิสิกซ์จะค้นพบข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความเป็นจริ...

SHAREความคิดเห็น
คัมภีร์พุทธศาสนาแกะสลักในถ้ำ ที่กำลังจะเลือนหาย

คัมภีร์พุทธศาสนาแกะสลักในถ้ำ ที่กำลังจะเลือนหาย

คัมภีร์พุทธศาสนาแกะสลักในถ้ำ ที่กำลังจะเลือนหายที่เห็นนี้คือ "ถ้ำหินอานเย่ว์ (安岳...

SHAREความคิดเห็น
'พุทธศาสนา สอนให้รู้ตัวเอง' โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

'พุทธศาสนา สอนให้รู้ตัวเอง' โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ธรรมะจากหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี"พุทธศาสนา สอนให้รู้ตัวเอง" " .. ในพุทธศาสนานี้ "สอนให้รู้ตัวเอง สอนให้...

SHAREความคิดเห็น
Larung Gar มหาวิทยาลัยแห่งพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก

Larung Gar มหาวิทยาลัยแห่งพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก

Larung Gar หนึ่งในสถาบันแห่งพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกในมณฑลเสฉวนของจีน

SHAREความคิดเห็น
'ลุมพินีวัน' สังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา

'ลุมพินีวัน' สังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา

ลุมพินีวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ

SHAREความคิดเห็น
ฟังเพลง 'ลาวเสี่ยงเทียน' เพลงไทยเดิมที่เกี่ยวพันกับพุทธศาสนา

ฟังเพลง 'ลาวเสี่ยงเทียน' เพลงไทยเดิมที่เกี่ยวพันกับพุทธศาสนา

เพลง "ลาวเสี่ยงเทียน" เพลงไทยเดิมที่แสนไพเราะกับเนื้อหาที่ระลึกถึงคุณพระพุทธ ที่พึ่งอันประเสริฐสุด

SHAREความคิดเห็น
'พุทธคยา' สังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา

'พุทธคยา' สังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา

สถานที่แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน