ปล่อยให้น้ำเสียจากการต้มเปลือกปอสาทำลายสิ่งแวดล้อมมานาน ล่าสุดสำนักงานความร่วมมือทางวิชาการเยอรมนี หรือ จีทีแซด ร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต
พร้อมสาธิตขั้นตอนการต้มเปลือกปอสาโดยใช้โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ให้ผู้ประกอบการและผู้ค้าที่สนใจ ณ โรงงานผลิตกระดาษสา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
รมณีย์ หวังดีธรรม นักวิชาการ 9 ฝ่ายวิจัยสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา และพลังงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย เล่าถึงวัตถุประสงค์ว่า อุตสาหกรรมผลิตกระดาษสาของไทย ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องน้ำเสีย ซึ่งเป็นปัญหาหลักสำคัญที่สุด เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้น้ำและสารเคมีต่างๆ เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ (โซดาไฟ) ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ และสีเคมี ทั้งนี้โซดาไฟเป็นสารที่ก่อให้เกิดมลพิษในน้ำเสีย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากโครงการวิจัยร่วมพบว่า โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ สามารถนำมาใช้แทนโซดาไฟ ในกระบวนการผลิตกระดาษสา และยังนำกลับเป็นปุ๋ย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย "ความแตกต่างระหว่างกระบวนการโซเดียมไฮดรอกไซด์ กับโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ คือสารทั้งสอง หลังใช้ต้มเยื่อจะเกิดเป็นน้ำดำ แต่ถ้าโซดาไฟ จะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นสารกัดกร่อน ก่อนปล่อยสู่ลำน้ำสาธารณะต้องบำบัดก่อน อุตสาหกรรมทั่วไปขนาดเล็ก และกลาง การทำบ่อบำบัด เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการ มีรายจ่ายสูงขึ้น ส่วนสารตัวใหม่ นำมาปรับค่าความเป็นกรดด่างให้เป็นกลาง สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยเพื่อการเกษตรได้" นักวิชาการอธิบาย การแปรรูปเปลือกปอสาเป็นกระดาษสามี 4 ขั้นตอนหลักดังนี้ 1.การเตรียมวัตถุดิบ คัดเลือกปอสาอ่อนแก่ แยกออกจากกัน นำไปแช่น้ำให้อ่อนตัว ก่อนใส่ภาชนะต้มประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกปอสาเปื่อย 2.การทำเป็นเยื่อ ทุบด้วยมือ หรือเครื่องตี จากนั้นนำไปฟอกขาว ต้องใช้ผงฟอกสีร่วมด้วย 3.การทำเป็นกระดาษ นำเยื่อใส่ภาชนะที่เหมาะสม พายให้ทั่วอ่าง เพื่อให้เยื่อลอยตัว กระจายออกจากกัน และ 4.การลอกกระดาษ นำแม่พิมพ์สำหรับทำแผ่นกระดาษมาซ้อนเยื่อ ทำได้ทั้งแบบตัก ยกตะแกรงขึ้นตรงๆ เทน้ำออก เพื่อให้กระดาษมีความสม่ำเสมอ และแบบแตะ นำเยื่อใส่อ่างใช้มือเกลี่ยให้สม่ำเสมอ
รมณีย์ ยังกล่าวต่อว่า โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะความเป็นด่างของโซเดียมไฮดรอกไซด์ ทำให้สภาพดินเสีย น้ำเสียไปด้วย เพิ่มระดับสารเคมีจำพวกไบโอให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะปล่อยน้ำก็เอามาทำปุ๋ย ปรับพีเอช จากกรดให้เป็นกลาง มุ่งเน้นสภาพแวดล้อมเป็นหลัก
"การวิจัยครั้งนี้ใช้เวลาทดลองในแล็บนาน 3 เดือน เพื่อให้แน่ใจถึงกระบวนการผลิตกระดาษสา ด้วยกรรมวิธีลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายผลขึ้นมาเป็นโรงงานนำร่อง" รมณีย์กล่าว ด้าน ปราณี กันทะพรหม เจ้าของโรงงานกิจการปอสา กล่าวถึงความแตกต่างหลังทดลองว่า ได้เยื่อขาวกว่า เวลาทำสีกระดาษสาออกมาจะสวยกว่า แต่สิ่งที่แตกต่างมากที่สุด คือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมหมดไป "จุดเด่นสารโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ น้ำสามารถปรับค่า ใช้ทำเป็นปุ๋ยรดต้นไม้ได้ ส่วนกลุ่มสารเคมีที่ออกมาขณะต้ม โซดาไฟ กลิ่นฉุน แสบจมูก เหม็นกว่า ใช้เวลามากกว่า โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ คุณภาพสารใหม่ได้เยื่อขาวกว่าโซดาไฟ ที่สำคัญน้ำต้มเยื่อสามารถใช้เป็นปุ๋ยได้" ปราณีกล่าว การใช้โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ จะได้เนื้อกระดาษสาเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมตามมา ส่วนราคาผลิตภัณฑ์ยังคงเดิม แม้ว่าต้นทุนการผลิตจะสูงกว่าเดิมก็ตาม ขณะนี้มีโรงงานเข้ามารับซื้อน้ำปุ๋ยแล้ว ส่วนเรื่องของสีที่เป็นอันตรายนั้น ตอนนี้กำลังทดลองหาสีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีโลหะหนัก ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงานต่อไป
ข้อมูลจาก :  เรื่องที่เกี่ยวข้อง : |