ค้นหา คำต่างๆ คำมาใหม่
หน้าแรก  บันเทิง  เพลง  กีฬา  ผู้หญิง  วาไรตี้  ท่องเที่ยว  เทคโนโลยี  มือถือ  กล้องดิจิตอล  เกมส์  ดูดวง 
ค้นหา    เว็บทั่วโลก    ThaiZa       
หน้าแรกวาไรตี้
เฮฮาขำขัน
เรื่องจริงเตือนภัย
สาระน่ารู้
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ธรรมะธรรมโม
ไลฟ์สไตล์
มุมหนังสือ
เสวนา วาไรตี้
ซ่าส์.. ทุกเวลา
บันเทิง
ผู้หญิง
เกมส์
เพลง
วาไรตี้
เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว
กีฬา
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
บริการ ดีดี
กล้องดิจิตอล
โทรศัพท์มือถือ
ริงโทน โลโก้
ตลาดซื้อขาย
สารบัญเว็บไทย
หางาน
ค้นหาเนื้อเพลง
เช็ครอบหนัง
ค้นหาดารา นักร้อง
สรุปผลกีฬารายวัน
อัพโหลดไฟล์
บล็อก
ดูทีวีออนไลน์
ฟังวิทยุออนไลน์
คลิปวีดิโอ
อัลบั้มรูป
แกลอรี่ภาพสวย
หาเพื่อน แฟน กิ๊ก
ห้องแชท
เว็บบอร์ดสนทนา
เล่นเกมส์ออนไลน์
ดูดวง
ค้นหาคำศัพท์
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ส่งอีการ์ด
สภาพอากาศทั่วไทย
เขาไกรลาสและห้วงสมุทรสีทันดร

เขาไกรลาส ชื่อนี้คงคุ้นหูของเราๆท่านๆ กันดี ตามคัมภีร์ของชาวฮินดูนั้น กล่าวว่า ที่ประทับขององค์พระศิวะนั้นคือเขาไกรลาส ซึ่งก็อยู่บนโลกมนุษย์เรานี่แหละ แต่ว่าเขาไกรลาส นั้นมีจริงหรือไม่ ถ้ามี...แล้วอยู่แห่งหนใดกันเล่า? ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล จึงพลาดไม่ได้ที่จะเก็บเรื่องราวของเขาไกรลาส ซึ่งมีอยู่จริงๆบนโลกใบนี้มานำเสนอต่อท่านผู้อ่านที่รักยิ่ง


                                 ทะเล สาบมานัสโรวา

เขาไกรลาสนั้นบางทีก็กล่าวกันว่าเป็นที่อยู่ ของเท้ากุเวรและเป็นสวรรค์ของพระศิวะ มีลักษณะ ที่พรรณนากันว่า สีขาว อย่างเงินยวง บางทีก็เรียกกันว่าผาเผือกตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดสูงสุดในตอนใต้ของทะเลสาบมานัส อันเป็นเทือกเขาตอนที่กั้นแดนทางเหนือของภรตวรรษ ซึ่งชาวฮินดูนับถือกันมาก ถือกันว่าเป็นที่สถิตแห่งเทพและประชาบดี หรือฤาษีสำคัญๆ

แต่ถ้าไปเปิดแผนที่ดู เราจะไม่พบที่ตั้งของ เขาไกรลาสเลย ทั้งนี้ก็เพราะว่าภูเขาหิมาลัยนั้นเป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และก็มียอดเขาที่สูงที่สุดในโลกตลอดจนสูงติดอันดับมากมายหลายยอดตั้งแต่ศักกะมารตา หรือเอเวอเรสต์ที่สูง 29,028 ฟุต และยอดเขาไกรลาสสูงเป็นลำดับที่ 32 ในโลก คือสูง 22,020 ฟุต และสูงเป็นที่ 19 ในหมู่ยอดเขาในเทือกเขาหิมาลัย

การที่ชื่อภูเขาไกรลาสหาไม่ค่อยจะพบก็เพราะ ว่ามันมีชื่อเป็นทางการว่า กังติ-สู-ชาน (Kangti-ssu-shan) ในปัจจุบันอยู่ในเขตทิเบต หรืออีกชื่อหนึ่งคือ กัวลา มาน ฮาตา (Gurla mand hata) ตั้งอยู่บนเขตพื้นที่ไกรลาส (Kailasrange) ซึ่งมีช่องเขาเป็นเส้นทางไปได้จากทางอินเดีย บางทีภูเขาลูกนี้ก็เรียกกันว่า ภูเขาเงิน อยู่ทางตะวันตก ของทิเบต เพราะยามเมื่อหิมะที่จับขาวโพลนต้องแสงอาทิตย์ จึงดูประดุจแผ่นเงินซึ่งพวกอารยันนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์มี ทะเล สาบมานัสโรวา (Manasrowar) ซึ่งเป็นที่นับถือ กล่าวกันว่า พระศิวะประทับอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ครั้งสร้าง โลก ซึ่งชาวอินเดียนับล้านๆ คนที่นับถือ ได้พยายามหาทางที่จะไปให้ถึงเพื่อทำการสักการบูชาให้ได้

ทั้งภูเขาไกรลาสและทะเลสาบมานัส ถูกกล่าวถึงในเรื่องรามายณะและมหาภารตะ ในรามายณะกล่าวถึงทะเลนี้ว่า "ทะเลสาบมานัสอันศักดิ์สิทธิ์นี้ แม้แต่ใครได้ถูกต้องสัมผัสหรือนำเอามาล้างร่างกายหรือว่าได้อาบน้ำในทะเลสาบนี้ ผู้นั้นจะได้ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ และถ้าใครได้ดื่มน้ำในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์นี้ ก็จะได้ขึ้นไปอยู่ในสวรรค์ใกล้ที่สถิตของพระศิวะ" นั่นเทียว

แต่ก็มีชาวฮินดูบางพวกที่เชื่อว่าภูเขาลูกนี้คือภูเขาพระสุเมรุ อันเป็นแกนของโลกและมีทะเลขวางอยู่ และเป็นที่ประทับของพระศิวะ ที่ผู้นับถือลัทธิพราหมณ์กล่าวว่า ณ กึ่งกลางทะเลสาบนี้ มี ต้นชมพู่ (Jumbu) ศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็น ซึ่งมีสายน้ำไหลออกมาจากผลของต้นไม้นี้ เกิดเป็น น้ำในทะเลสาบขึ้น เป็นสายน้ำอันมีคุณวิเศษทำให้ อายุยืนยาว

และสายน้ำในทะเลสาบนี้แหละที่ไปโผล่เป็น ต้นน้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น บริเวณที่เป็นทะเลสาบมานัส และภูเขาไกรลาส (ไกลาส) จึงยึดถือกันว่าเป็นบริเวณที่จะต้องไปนมัสการหรือธุดงค์ อันเรียกว่ไกรลาสยาตรา (Kailas yatra) ซึ่งพราหมณ์ สวามี นาวะนันทะ กล่าวไว้ว่า การธุดงค์ไปจนถึงภูเขาไกรลาสและเดินประทักษิณให้ครบ 39 รอบ เป็นการเคารพบูชาอันสูงสุด (ถ้าไม่ตายเสียก่อน) และการเดินทางไปจะต้องเดินทางในเดือนกันยายน หรือตุลาคม เท่านั้น

แต่ภูเขาไกรลาสและทะเลสาบมานัสนั้นอยู่ไกลหนักหนา ผู้ที่จะทำการไกรลาสยาตราจะต้องเดินทางไปจากอินเดียผ่านเข้าไปทางช่องเขาลิปูเลค ซึ่งมีทางเดียวคือต้องเดินทางไปจากอุตรประเทศของอินเดียเข้าไปสู่ทิเบต โดยการไกรลาสยาตรากว่าจะเดินด้วยเท้าไปถึงก็กินเวลาถึง 7 วัน จึงจะถึงช่องเขาอันอยู่ในระดับสูง 17,600 ฟุต

ตลอดระยะทาง นักธุดงค์จะต้องท่องคำว่า "ไกรลาสยาตราไกฟาโฮ" ไปโดยตลอด เพื่อให้จอมเทพ ทรงรับรู้ว่า ณ บัดนี้ขบวนธุดงค์ได้เดินทางมาทำการสักการะแล้ว

เมื่อผ่านช่องเขาลิปูเลคไปแล้ว ก็จะเริ่มมองเห็นยอดเขาไกรลาส โดยจะเห็นภูเขามีเมฆหมอกปกคลุมนานๆ สักครั้งจึงจะเห็นถนัด จากนั้นนักธุดงค์ จะต้องเดินทางผ่านช่องเขากัวลา ช่องเขานี้บางทีก็เรียกว่ากาฬบรรพต เพราะเป็นภูเขาหินสีดำไม่มีหิมะจับทั่ว จึงมีความน่ากลัว มีเมฆหมอกที่ลอยผ่านช่องเขาพื้นที่สูงๆต่ำๆ ล้วนเต็มไปด้วยหิมะ ทางเดินของพวกไกรลาสยาตรานั้น ตั้งแต่เริ่มพ้นเขตอินเดียก็ต้องลุยไปตามหิมะโดยตลอดละครับ เสบียงจะต้องเป็นเฉพาะพืชแห้ง ไม่มีเนื้อสัตว์ บรรทุกหลังลาหรือม้า หรือไม่ก็สะพายเดินลุยหิมะอันขาวสล้างไป

เมื่อพ้นช่องเขากัวลาไปแล้ว ทางขวามือคือทะเลสาบ "รัคสาสทาล" ซึ่งมีพื้นน้ำสีเทาดูเปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง ซึ่งตลอดทางมีภูเขาขวางอยู่ ทำให้ต้องเดินเลียบภูเขานี้ไป เมื่อพ้นภูเขาตอนนี้จะเห็นความกระจ่างเขียวสดใส สะอาด ดูกว้างใหญ่อยู่ตรงหน้า นั่นคือทะเลสาบมานัสโรวาอันศักดิ์สิทธิ์ คณะธุดงค์จะเอามือทั้งสองประสานกันไว้เหนือหัว เปล่งเสียงว่า "พูช" (Poosh) อันแปลว่า "ไม่" อันหมายความถึง จะทำร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ไม่มีอกุศลจิตใดๆ

บริเวณริมทะเลสาบจึงมีกองหินอันเปรียบเสมือนสถูป ที่ผู้เดินทางมาทำการบูชาสร้างขึ้นอยู่มากมาย พวกไกรลาสยาตราจะนำว่าวที่มีรูปวงล้อ ออกมาชักขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นการบูชาด้วยครับ

จากนั้นนักธุดงค์ทั้งหลายก็จะกระทำกิจอันควรบูชา ณ ที่ชายทะเลสาบมานัสโรวา บางทีก็จะพักอยู่ชั่วขณะแล้วก็จะเดินทางต่อผ่านหุบเขาเข้าไปสู่ที่กว้างหรือทะเลทรายอันดำมืด อันมีชื่อว่า รัคสาสทา อันแปลว่าทะเลสาบปีศาจ บริเวณนี้อยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 14,950 ฟุต ซึ่งนับเป็นทั้งทะเลทรายและทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลก ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์นี้กว้างราว 2 ไมล์

 


และเมื่อนักธุดงค์ไกรลาสยาตราเดินทางมาถึงเชิงเขาไกรลาส ก็เริ่มเตรียมพร้อมที่จะทำการทักษิณาวรรตรอบภูเขาไกรลาส ซึ่งจะต้องไปพักอยู่ที่ "วัด" ทางพุทธศาสนามหายานชื่อ ตารเชน ซึ่งตั้งอยู่ ณ เชิงเขาซึ่งจะมีรูปร่างแบบวัดทิเบตเล็กๆ ซึ่งตั้งเต็นท์ไว้ให้คณะธุดงค์พัก

จากวัดนี้ หัวหน้าไกรลาสยาตราจะกองสัมภาระไว้และเตรียมทำพิธีเดินเวียนรอบภูเขาไกรลาส ซึ่งถ้าเดินได้ครบ 108 รอบ จะได้ไปอุบัติใน นิรวนา (Nirvana) ในสรวงสวรรค์ซึ่งนักแสวงบุญบางคนสามารถเดินรอบเขาไกรลาส ซึ่งมีเส้นรอบวงที่พื้นยาว 32 ไมล์ ได้ในเวลาวันเดียว ครับ 108 รอบ ก็ 108 วัน แต่ก็มีบางคนกว่าจะเดินครบรอบก็กินเวลาตั้ง 2-3 วัน

ในขณะที่เดินจงกรมไปรอบภูเขาไกรลาสก็มีข้อห้ามมากมาย เช่น มิให้พูดปดหรือนอนลงบนพื้น แต่การทำความเคารพนั้นนอนกราบได้ บางคนที่นับถือมากถึงกับทำความเคารพไปทุกก้าวที่เดิน ดังนั้น การเดินให้รอบภูเขาไกรลาสจึงช้ามากครับ

ถ้าจะว่ากันโดยรูปร่างของภูเขาไกรลาส นักธุดงค์กล่าวว่า นี่คือรูปทรงของวิศวะลึงค์ หรือศิวลึงค์ของโลก ผู้ที่ได้เห็นเพียงครั้งเดียวจะประสบความสุข และแสงสว่างของภูเขาคือแสงของพระเป็นเจ้า

นอกจากนั้น เรื่องราวของป่าหิมพานต์ ซึ่งกล่าวกันว่า อยู่ทางทิศเหนือของอินเดียคือ บริเวณภูเขาหิมาลัย ในไตรภูมิกล่าวว่า มีสระน้ำอยู่ถึง 7 สระ (หมายถึงทะเลสาบ) ซึ่งมีสระวินทุ มานสะ และอโนดาต เป็นต้น ได้กล่าวว่า มานสะเป็นแหล่งน้ำอยู่ที่เขาไกรลาส เป็นที่เกิดของหงส์ และหงส์ย่อมไปยังสระนี้ทุกปี

มานสะกับมานัส น่าจะเป็นที่แห่งเดียวกัน ถึงแม้ที่ราบอันพอจะเป็นทะเลสาบนั้นมีมากมายกว่า 7 แห่งแน่ๆ แต่ที่เขาไกรลาสนั้นก็มีเพียงทะเลสาบมานัสเท่านั้นที่เป็นทะเลสาบที่ชาวฮินดูนับถือ

ยังมีชื่อ "ทะเล" ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับเทพเจ้าของชาวฮินดู นั่นก็คือชื่อของทะเลสำคัญที่มีชื่อว่า "สีทันดร" ที่ปรากฏอยู่ในไตรภูมิ และกล่าวว่า ทะเลนี้ล้อมรอบเขาพระสุเมรุอยู่ โดยที่มีเขาสัตบริภัณฑ์ล้อมรอบอยู่อีกทีหนึ่ง

เขาสัตบริภัณฑ์คือหมู่เขาทั้ง 7 ซึ่งกล่าวว่า เป็นภูเขาที่มีรูปเป็นวงกลมล้อมรอบห้วงสมุทรสีทันดรอยู่ถึง 7 ชั้น

ชื่อของทะเล "สีทันดร" นี้มีกล่าวถึงอยู่ในวรรณคดีหลายเรื่อง ซึ่งลักษณะของทะเลหรือที่ตั้งดูคล้ายกันกับแชมบาราหรือนิรวนาอันเป็นสวรรค์ที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งกล่าวว่า มีภูเขาล้อมรอบอยู่ถึง 2 ชั้นแล้วจึงมีทะเลหรือน้ำล้อมอาณาจักรทั้ง 8 อัน มี รุทระจักริน เป็นเจ้าเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ล้วนแล้วไปด้วยทอง ที่ใครได้เข้าไปอยู่แล้วจะไม่ตาย

เรื่องราวของอาณาจักรอันมีน้ำล้อมรอบนี้ เชื่อถือกันมากทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งก็ดูตรงกับตำแหน่งของเขาพระสุเมรุ อันกล่าวว่า เป็นที่อยู่หรือที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเป็นภูเขาที่มองไม่เห็น ถ้าเป็นที่พำนักของพระศิวะดังกล่าวกันแล้ว สีทันดรก็คือทะเลที่อยู่โดยรอบของอาณาจักรของพระรุทระหรือพระอิศวร ซึ่งก็มีเพียงแห่งเดียวที่เห็นได้และมีอยู่จริง ท่ามกลางภูเขาอันมียอดปกคลุมด้วยหิมะล้อมไว้ คือทะเลสาบมานัสโรวาแต่กึ่งกลางของทะเลสาบก็หามีอาณาจักรใดไม่ หรือว่าจะซ่อนอยู่ในมิติหนึ่งที่ทำให้คนไม่พบ ทั้งๆที่พยายามค้นหากันอยู่ในปัจจุบัน

แต่ก็มีเรื่องเล่าว่า ผู้ที่เดินทางไปนมัสการไกรลาสยาตราได้มีอะไรที่ดลใจ ให้ปีนขึ้นไปบนเนินเขาสูงลูกหนึ่งใกล้ทะเลสาบมานัส ได้เห็นไปว่ามีที่ที่หนึ่งเต็มไปด้วยผู้คนและกษัตริย์ ซึ่งเมื่อลงมาแล้วเล่าให้ผู้อื่นฟัง เมื่อกลับขึ้นไปอีกครั้งก็ไม่ปรากฏภาพนั้น

จากการนับถือพระเป็นเจ้านี่แหละครับ จึงได้มีผู้เชื่อว่าถ้าได้ตั้งความเพียร บูชาพระเป็นเจ้าจนพอพระทัยแล้ว พระองค์ก็จะเสด็จมาประทานพร จึงเกิดมีผู้บำเพ็ญตบะตั้งความเพียร บูชาพระเป็นเจ้า กันขึ้นมากมาย

เรื่องราวอันหลากหลายของแดนภารตะยังมีให้ติดตามค้นคว้ากันไม่จบสิ้น ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดสนใจใฝ่รู้ให้ลึกซึ้งก็สามารถติดตามอ่านได้ในพ็อกเกตบุ๊ก "ความเร้นลับของปฐพีชมพูทวีป" โดยทีมงานต่วย'ตูน เจ้าเก่ารับประกันความมันส์อย่างมีสาระครับผม.









 

ข้อมูลจาก :

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

  • เจ้าของเขาหวง
  • เจ้าของเขาหวง
  • เขาไกรลาสและห้วงสมุทรสีทันดร
  • เมื่อเขาและเธอไม่เหมือนกัน
  • เขาพระวิหาร : ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม
  • ฟังเขาเถียงกันเรื่องเกาะอีสเตอร์
  • สนธิสัญญาของพระพุทธเจ้าหลวงฯกับฝรั่งเศส และปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชา
  • ตื่นตาธรรมชาติ 'สะเมิง' เมืองในหุบเขา
  • ปราสาทเขาพระวิหาร มรดก 'สุริยวรมันที่ 1'
  • กระทิงเขาใหญ่


  • สาระพัน บันเทิง : ข่าว, บันเทิง, เพลง, กีฬา, วาไรตี้, เกม, เทคโนโลยี, มือถือ, ผู้หญิง, เล่นเกมออนไลน์, ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, คลิปวีดีโอ, แกลลอรี่ภาพสวย
    ชุมชน ออนไลน์ : บล็อก, อัลบั้มรูป, ห้องแชท, เว็บบอร์ดสนทนา, หาเพื่อน-หาแฟน
    บริการ ดีดี : ตลาดซื้อขาย, ดูดวง, หางาน, ตรวจผลล็อตเตอรี่, ส่งอีการ์ด, เช็คสภาพอากาศทั่วไทย, ปฏิทินกิจกรรม, โหลดริงโทน โลโก้, อัพโหลดไฟล์
    สารบัญ ค้นหา : สารบัญเว็บไทย, คำค้นยอดฮิต, ค้นหาเนื้อเพลง, ค้นหาดารา นักร้อง, ค้นหารอบหนัง, ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
    แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ หรือติดต่อ 2000 - 2008 ThaiZa.com, All rights reserved.