ค้นหา คำต่างๆ คำมาใหม่
หน้าแรก  บันเทิง  เพลง  กีฬา  ผู้หญิง  วาไรตี้  ท่องเที่ยว  เทคโนโลยี  มือถือ  กล้องดิจิตอล  เกมส์  ดูดวง 
ค้นหา    เว็บทั่วโลก    ThaiZa       
หน้าแรกวาไรตี้
เฮฮาขำขัน
เรื่องจริงเตือนภัย
สาระน่ารู้
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ธรรมะธรรมโม
ไลฟ์สไตล์
มุมหนังสือ
เสวนา วาไรตี้
ซ่าส์.. ทุกเวลา
บันเทิง
ผู้หญิง
เกมส์
เพลง
วาไรตี้
เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว
กีฬา
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
บริการ ดีดี
กล้องดิจิตอล
โทรศัพท์มือถือ
ริงโทน โลโก้
ตลาดซื้อขาย
สารบัญเว็บไทย
หางาน
ค้นหาเนื้อเพลง
เช็ครอบหนัง
ค้นหาดารา นักร้อง
สรุปผลกีฬารายวัน
อัพโหลดไฟล์
บล็อก
ดูทีวีออนไลน์
ฟังวิทยุออนไลน์
คลิปวีดิโอ
อัลบั้มรูป
แกลอรี่ภาพสวย
หาเพื่อน แฟน กิ๊ก
ห้องแชท
เว็บบอร์ดสนทนา
เล่นเกมส์ออนไลน์
ดูดวง
ค้นหาคำศัพท์
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ส่งอีการ์ด
สภาพอากาศทั่วไทย
"หวาน"อย่างปลอดภัย

คนชอบกินหวานระวังโรคอ้วน โรคหัวใจ ถามหา

จากสถิติสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการคนไทย พบว่า บริโภคน้ำตาลเฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 4.3 กิโลกรัมในปี 2501 เพิ่มเป็น 11 กิโลกรัมในปี 2518 และขยับขึ้นเรื่อยๆ เป็น 28.5 กิโลกรัมในปี 2540

ล่าสุดพบว่า คนไทยบริโภคน้ำ ตาลสูงที่สุด 39 กิโลกรัมต่อคนต่อปี จึงไม่น่าสงสัยทำไมผู้ใหญ่และเด็กไทยอ้วนและมีภาวะดื้ออินซูลินมากขึ้น

ในนิตยสาร "HEALTH & CUISINE" ฉบับก.ค. ศัลยา คงสมบูรณ์ นักกำหนดอาหาร บอกว่า น้ำตาลเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานถึง 48 กิโลแคลอรี ซึ่งเท่ากับข้าวประมาณครึ่งทัพพี

พร้อมแนะวิธีลดน้ำตาล ดังนี้

1.หยุดเติมน้ำตาล เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลที่สุดในการลดน้ำหนักและพลังงาน แต่การหยุดกินน้ำตาลทันทีอาจทำได้ยาก จึงควรลดปริมาณลงทีละน้อย เช่น ในชา กาแฟ หรือนม หรืออาจใช้น้ำตาลเทียม และเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมจุบจิบ ลูกอม ช็อกโกแลต

2.อย่าหลงคารมโฆษณา "น้ำตาลสุขภาพ" เพราะไม่ว่าน้ำตาลชนิดใดล้วนให้พลังงานเท่ากัน

3.รับประทานผลไม้แทนขนมหวาน เพราะผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหารที่ช่วยลดหรือชะลอการดูดซึมน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน แต่ก็ควรจำกัดปริมาณด้วย และเลี่ยงดื่มน้ำผลไม้ เพราะจะได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการ

4.ลดหรือกำจัดคาร์โบไฮเดรตแปรรูป จากอาหารจำพวกขนมปังและเบเกอรี่ เส้นพาสต้าและของขบเคี้ยว เพราะส่วนใหญ่ทำจากแป้งซึ่งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดได้เร็วพอๆ กับการกินกลูโคส

5.ระวังของว่างไร้ไขมัน เพราะอาหารชนิดนี้ยังมีน้ำตาลและปริมาณแคลอรีสูง

6.ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือต้องการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน แต่ยังติดใจในรสหวานชนิดเลิกไม่ได้ อาจใช้สารให้ความหวานชนิดที่ให้พลังงานต่ำ โดยในอาหารสำเร็จรูปหรือเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานดังกล่าวมักระบุไว้บนฉลากว่า "ปราศจากน้ำตาล" หรือ sugar free

7.ระวังการใช้สารให้ความหวานเทียม หรือสารทดแทนความหวานมากเกินควร เพราะอาจทำให้ร่างกายมีความอยากน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น

8.คำนวณปริมาณน้ำตาล โดยอ่านข้อมูลโภชนาการที่แสดงปริมาณน้ำตาลทั้งหมดเป็นกรัมแล้วหารด้วยสี่ จะเท่ากับจำนวนช้อนชาของน้ำตาลที่กินเข้าไป

ใครรู้ตัวว่ากินหวานเกิน ลองปฏิบัติดู

ลดน้ำตาลได้ก็เท่ากับลดโรค










ข้อมูลจาก :

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

  • "เกาลัด" เคี้ยวมันหวานหอม
  • 'หวานเกินไป' ภัยน้ำนางเอก
  • "หวาน"อย่างปลอดภัย
  • 'ผอมนอก อ้วนใน' ล่อแหลม กับโรคหัวใจและเบาหวาน
  • ไท้เก็กช่วยสู้เบาหวาน
  • นักปั้นน้ำตาล ขนมโบราณ อาชีพที่คน...ลืมเลือน
  • ลดการกินน้ำตาลอย่างไรดี ?
  • ผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเป็นคนเก่ง ตาสีน้ำตาลเล่นฟุตบอลคล่อง
  • เหยาะอบเชยลงในอาหาร ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  • เผยเคล็ดค้างคาว 'เมาแล้วยังบิน' กินน้ำตาลกำจัดแอลกอฮอล์ได้


  • สาระพัน บันเทิง : ข่าว, บันเทิง, เพลง, กีฬา, วาไรตี้, เกม, เทคโนโลยี, มือถือ, ผู้หญิง, เล่นเกมออนไลน์, ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, คลิปวีดีโอ, แกลลอรี่ภาพสวย
    ชุมชน ออนไลน์ : บล็อก, อัลบั้มรูป, ห้องแชท, เว็บบอร์ดสนทนา, หาเพื่อน-หาแฟน
    บริการ ดีดี : ตลาดซื้อขาย, ดูดวง, หางาน, ตรวจผลล็อตเตอรี่, ส่งอีการ์ด, เช็คสภาพอากาศทั่วไทย, ปฏิทินกิจกรรม, โหลดริงโทน โลโก้, อัพโหลดไฟล์
    สารบัญ ค้นหา : สารบัญเว็บไทย, คำค้นยอดฮิต, ค้นหาเนื้อเพลง, ค้นหาดารา นักร้อง, ค้นหารอบหนัง, ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
    แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ หรือติดต่อ 2000 - 2008 ThaiZa.com, All rights reserved.