Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-
|

ทุกวันนี้มีเมืองมากมายทั่วโลกเริ่มใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ตั้งแต่บริการไวไฟ ระบบชำระเงินแบบ contactless ไปจนถึงเซนเซอร์ที่ตรวจจับเสียงปืนและส่งสัญญาณว่าเสียงดังมาจากไหน ไปถึงตำรวจทันที นอกจากนั้น ยังกำลังมีการก่อสร้างเมืองอัจฉริยะ หลายเมืองทั่วโลก ที่ปลอดคาร์บอน ทั้งยังเป็นเมืองที่ปลอดยวดยาน และควบคุมด้วยเทคโนโลยีทั้งหมด ดังเช่นที่เราจะยกตัวอย่างมาให้ดูค่ะ


ซองโด, เกาหลีใต้

ซองโดถูกสร้างขึ้นจุดที่เคยเป็นผืนทราย ไม่ห่างไกลจากกรุงโซลมากนัก และจะถูกปั้นให้เป็น "เมืองอัจฉริยะ" ทันทีที่แล้วเสร็จในปี 2561 เครื่องใช้ในบ้านจะถูกควบคุมด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซ (จริงๆ แล้ว 40% ของเมืองจะเป็นพื้นที่สีเขียว) ของเหลือทิ้งจากในครัวจะถูกดูดลงอุโมงค์ที่เชื่อมต่อไปยังศูนย์กำจัดขยะซึ่งจะแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลและกำจัดส่วนที่เหลืออย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมืองนี้มีเทคโนโลยีแปลกๆ เช่นกัน อย่าง Telepresence ที่เป็นเหมือนการผสมสไกป์เข้ากับโทรทัศน์ รวมถึงระบบไมโครชิพติดตามตัวเด็กผ่านกำไล



เฮลซิงกิ, ฟินแลนด์

อนาคตของเฮลซิงกิ "เขียว" แน่นอน เพราะเมืองนี้พยายามกำจัดรถส่วนตัวให้หมดภายในปี 2568 นอกเหนือจากการส่งเสริมให้คนเดินแล้ว เมืองนี้ยังพัฒนาแอพที่ผสานระหว่าง Citymapper กับ Uber ซึ่งจะวางแผนเส้นทางเดินทางให้คุณ รวบรวมทางเลือกด้านการเดินทางที่หลากหลายมานำเสนอ ทั้งยังสามารถจ่ายเงินล่วงหน้าผ่านแอพได้ด้วย ปัจจุบันเฮลซิงกิพิสูจน์ให้เห็นความ "ล้ำ" ด้านการเดินทางด้วยการพัฒนาแอพ BlindSquare ซึ่งช่วยนำทางคนตาบอดและจะรวมตารางเดินรถเข้าไปด้วย นอกจากนั้น เมืองนี้ยังมีไวไฟฟรี



สิงคโปร์

สิงคโปรสร้าง Supertree Grove หรือต้นไม้ยักษ์ที่มีความสูงแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 25-50 เมตร ประมาณความสูงตึก 9-16 ชั้น สามารถเก็บฝนและพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ดูดซับความร้อนและให้ร่มเงาแก่นักท่องเที่ยวและชาวสิงคโปร์ เกาะแห่งนี้เป็นประเทศแรกที่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้รถใช้ถนนเพื่อลดความแออัด เพราะการจราจรแย่จนต้องใช้กล้อง เซนเซอร์ และจีพีเอสเพื่อติตตามการจราจรและทำนายว่ารถจะติดตรงจุดไหน พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมจุดนั้นสูงขึ้นไปอีก ส่วนคนพิการและคนแก่จะมีบัตร RFID ซึ่งจะทำให้ไฟจราจรเป็นสีแดงนานขึ้นขณะข้ามถนน



โตเกียว

โตเกียวล้ำหน้าอยู่เสมอ เพราะมีตั้งแต่ของใหญ๋ๆ อย่างรถไฟหัวกระสุน ไปจนถึงของจุ๋มจิ๋มอย่างห้องน้ำไฮเทค ในช่วงที่โตเกียวจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ทางเมืองจึงกำลังวางแผนการใหญ่ เช่น หมู่บ้านนักกีฬาที่ระบบทำความร้อนและไฟฟ้าจะมาจากพลังงานไฮโดรเจนสะอาดที่สร้างผลข้างเคียงออกมาเป็นน้ำเท่านั้น หมู่บ้านนักกีฬาแห่งนี้จะเป็นต้นแบบสำหรับเมืองในอนาคตที่ทั้งอัจฉริยะและสะอาด



ดูไบ

สถาปัตยกรรมในดูไบล้วนสะท้อนถึงการมองไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเนินสกีในร่ม ตึกสูงที่สุดในโลก เกาะแก่งเป็นรูปแผนที่โลก โรงแรมใต้น้ำ และระบบรถไฟใต้ดินอัตโนมัติสายยาวที่สุดในโลก แน่นอนว่าดูไบไม่หยุดนิ่ง เพราะมีแต่จะมุ่งสู่ความ "ใหญ่ขึ้น" และ "ดีขึ้น" สถาปัตยกรรมล่าสุดที่ผ่านการออกแบบและจะเริ่มลงมือก่อสร้างคือเมืองในร่มที่มีการควบคุมสภาพอากาศ ชื่อ Mall of the World ซึ่งรับประกันความ "ล้ำ" ได้เลย



มาสดาร์, อาบู ดาบี

มาสดาร์เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการออกแบบมาให้เป็นศูนย์กลางสำหรับบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด แหล่งพลังงานได้มาจากแสงอาทิตย์และพลังงานที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ อันหมายความว่าทั้งเมืองจะปลอดคาร์บอน เมืองนี้กำลังก่อสร้างหลังจากออกแบบโดยบริษัทด้านสถาปัตยกรรมของอังกฤษบนหลักการของการผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับนิเวศวิทยา อาคารต่างๆ ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงที่สามารถดึงอากาศเข้ามาในเมืองเพื่อให้เย็นสบาย ท้องถนนออกแบบสำหรับการเดินและขี่จักรยาน ระบบขนส่งมวลชนจะเป็นรถไฟฟ้าไร้คนขับ



บาร์เซโลนา

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของสเปนมีโครงการอัจฉริยะมากมาย รวมถึงการใช้ไฟ LED ตามท้องถนนเพื่อประหยัดพลังงาน การมีสถานีชาร์จพลังงานสำหรับรถไฟฟ้า การมีจุดชาร์จโทรศัพท์ตามป้ายรถเมล์ และจออินเตอร์แอคถีฟตามใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น ปัจจุบันบาร์เซโลนายังควบคุมระบบพลังงาน น้ำ และขนส่งจากทางไกล อันช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และสิ้นค่าใช้จ่ายน้อยลง

นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีอีกหลายเมืองที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เราสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ
ที่มา msn.com


ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

11 เทคโนโลยีที่ 'เมืองอัจฉริยะ' ควรมี

11 เทคโนโลยีที่ 'เมืองอัจฉริยะ' ควรมี

ภายในปี 2573 ประชากรโลกส่วนใหญ่ จะอาศัยอยู่แถบชานเมืองมากถึง 5,000 ล้านคน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน