-

สัมผัสญาณ "พระแม่อุมาเทวี"

|

       "ญาณสัมผัส" กับความเป็นมาที่ดู "เหนือธรรมชาติ" หากเกิดขึ้นกับคนทุกคนเราคงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทว่าเรื่องทำนองนี้คงเกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่มีความพิเศษหรือเป็นผู้ที่ถูก "เบื้องบน" เลือกแล้วที่จะให้เกิดมาเพื่อรับหน้าที่เป็น "สื่อ" โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

       อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "อ.แก้วอุมา ชูพาณิชสกุล" ซึ่งเธอเป็นคนสมัยใหม่ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียง มีงานทำที่มีเกียรติ เงินเดือนสูงอยู่แล้ว แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับต้องผันเปลี่ยนชีวิตเข้าไปเกี่ยวข้องกับความลี้ลับ และเรื่องของจิตวิญญาณอย่างเหลือเชื่อ อ.แก้วอุมา เล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กว่า

       "แต่เดิมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมามี ‘ญาณสัมผัส' เพียงแต่เป็นคนที่ชอบโหราศาสตร์ตั้งแต่อายุประมาณ 14 - 15 และในวัยเด็กนี่คือแม่ขอมาเกิด ที่หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน จ.อุตรดิตถ์ ตอนท้องแม่เขาจะเห็นลูกกลม ๆ สีม่วง ๆ มาเข้าท้อง และพออายุซัก 10 กว่าขวบ อยู่ ๆ ก็ไปทักยายคนนึงที่เขาขายขนมว่า ‘ยายอีก 2 วัน ยายจะต้องโดนรถชนนะ' ยายก็ด่าใหญ่เลย ‘ไม่ต้องมาแช่งยายนะ' ก็บอก ‘หนูเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ยายไปทำบุญปล่อยปลาเถอะ' แต่ยายก็ไม่ทำ พอถัดไป 2 วัน แกโดนชนจริง ๆ สิ่งที่เราเห็นคือกรรมของแกที่จะต้องโดนในช่วงเวลานั้น ๆ ไง เราเห็นเป็นภาพขึ้นมาราง ๆ แล้วหายไป"

       เพราะมีสิ่งพิเศษ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จึงทำให้ อ.แก้วอุมา กลายเป็นผู้มี "ญาณสัมผัส" ไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอสามารถทายทักเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับคนรอบตัว ได้อย่างแม่นยำ นอกเหนือจากนี้ยังเริ่มมีสิ่งแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเธอมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการได้เห็น "ดวงวิญญาณ" เป็นว่าเล่น

       "วิญญาณนี่เห็นบ่อยเลย อย่างขับรถไปเนี่ยจะเห็นวิญญาณเขายืนเหมือนขอส่วนบุญ เป็นเงาราง ๆ มาโบกให้เราหยุด และมาเห็นตอนไปทำบุญที่วัดท่าถนน จ.อุตรดิตถ์ คือเราตื่นประมาณ ตี 4 เห็นเขายืนอุ้มลูกร้องไห้ คล้ายเขาแท้งลูก แต่คุยไม่ได้ เห็นแต่ภาพราง ๆ และที่เห็นล่าสุดตอนไปบวชที่วัดถ้ำรัตนบุปผา จ.ลพบุรี มีคนบอกที่นี่เทพเยอะ ผีเยอะ วัดอยู่ในถ้ำลึกเป็นถ้ำจริง ๆ มีพระอยู่ 6 รูป ช่วงดึก ๆ ที่นี่มืดสนิทไป วันแรกก็ขึ้นไปบนกุฏิที่ท่านสร้างเป็นกุฏิชีพราหมณ์ เพื่อนก็นอนก่อนเลย เราก็ยังไม่หลับ ตกกลางดึกเห็นคนหิ้วหัวลากไปลากมา เราสวดชินบัญชรก็ยังไม่ไปนะ หลวงพ่อบอกว่าคนๆนี้เป็นผู้ชายอยู่ในตลาดมวกเหล็ก เขาผิดหวังเรื่องครอบครัวแล้วไปกินยาบ้า วันหนึ่งเขาขับมอเตอร์ไซค์รถคว่ำบนรางรถไฟ และโดนรถไฟทับคอขาด เขาเลยมาขอส่วนบุญ โยมคนนี้ตายโหงที่รางรถไฟที่มวกเหล็ก ยังไม่ถึงเวลาไปเกิด วัดนี้น่ากลัวจริง ๆ ที่นี่ใครอยากไปเจออะไรมีหมด"


       "ส่วนการสัมผัสของเราเนี่ยในตอนแรก เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเห็นมันจริงหรือไม่จริง เพราะภาพที่เห็นเป็นภาพราง ๆ เห็นในขณะที่ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติธรรม เมื่อเห็นเป็นภาพขึ้นมาก็ เอ๊ะ ...เราคิดไปเองรึเปล่า ช่วงนั้นก็สวดมนต์บ่อยคือ สวดชินบัญชร แต่มีสิ่งแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คือ เวลาขับรถชอบพูดภาษาแปลก ๆ อยู่คนเดียว ซึ่งแปลไม่ได้ก็คิดว่าเราบ้าอีกแล้ว ก็เริ่มหาสิ่งที่เราเป็นจากตำหนักทรง ตำหนักทรงก็บอก ‘คุณต้องรับขันธ์นะถ้าคุณไม่รับคุณต้องบ้า' เราก็ไม่รู้ว่ารับขันธ์เป็นยังไงก็ไม่รับ และไปดูที่อื่นทุกที่เหมือนกันหมด คือดูไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร เสียเงินเยอะมากตอนนั้น เสร็จแล้วเพื่อนก็พาไปหาท่าน อ.วิพัฒน์ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์อยู่ที่วัดคลองลาว จ.จันทบุรี ท่านนั่งทางในได้ ท่านบอกโยมมีสิ่งดี ๆ อยู่กับตัวนะ โยมไปบวชชีพราหมณ์หน่อย ไปนั่งสมาธิ เราก็เลยไปบวชที่วัดมเหยงค์ อยุธยา ไปนั่งกรรมฐานอยู่ 7 วัน ดีมาก ๆ เห็นแสงสีต่าง ๆ มาเต็มไปหมดเลย เราก็ไม่รู้คืออะไร ก็คุยกับหลวงพ่อที่นั่น ท่านบอกเขาเรียกว่า ‘รูปจิต' มันเหมือนสัญญาเดิม

       เป็นการรู้มั่นจำในอดีตภพของโยมที่เคยปฏิบัติมาดี' ท่านบอก ‘แล้วโยมก็จะได้เห็นในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่เห็น ให้โยมปฏิบัติไป ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นตรงนั้น แล้วโยมก็จะรู้ในสิ่งที่โยมต้องการจะรู้'

       ท่านพูดเป็นนัย ๆ ไม่บอกตรง ๆ ท่านบอกให้ปฏิบัติให้ได้ญาณ และญาณตัวนี้ จะนำพาให้ไปในสิ่งที่เขากำหนดมา จากนั้นเมื่อสึกแล้วกลับมาบ้าน พอสวดมนต์กลับพูดหนักกว่าเดิมอีกเป็นภาษาเทศ เพื่อนก็เลยพาไปหา ‘พระอาจารย์สมชาย' ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์อยู่ที่วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ท่านเก่งมากและเข้าพบยาก คิวยาวมากก็รอ เรารู้ว่าท่านมีบารมีในเรื่องของวาจาสิทธิ์ พอเราเข้าไปคุยกับหลวงพ่อ เราก็บอก ‘ลูกมาพึ่งบารมีท่านนะเพราะตอนนี้ลูกเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าจะต้องทำอะไร ยืนอยู่ตรงจุดไหนจึงอยากรู้อยากพิสูจน์ให้ได้ว่าเราเป็นอะไร' ท่านก็พูดว่า ‘โยม...เอาอย่างนี้แล้วกัน อาตมาพูดได้แค่นี้นะว่าโยมน่ะจะมีองค์บารมี ลงมาขอใช้ให้เป็นสื่อในการช่วยชี้แนะมนุษย์ให้ทำกุศล มันเหมือนจิตเดิมของโยมเคยสัมพันธ์กับองค์นั้น' ก็ถามว่า ‘องค์ไหนคะ' ท่านก็บอก 'เอาอย่างนี้แล้วกัน โยมกลับไปที่บ้านวันพระหรือวันพฤหัสซึ่งเป็นวันเกิดโยม แล้วโยมเกิดในเทศกาลกินเจพอดี'ท่านรู้ถึงขนาดนั้น ‘โยมไปนั่งกรรมฐาน กินเจ 3 วัน จุดธูป 16 ดอก ผลไม้ 5 อย่าง บวงสรวงและสวดคาถาเปิดโลก ซึ่งท่านให้มาแล้วสวดชุมนุมเทวดาบอกท่านว่าโยมเป็นสื่ออย่างนี้ ตอนนี้พร้อมแล้วที่จะรับสื่อตรงนั้น ถ้าท่านเป็นองค์ไหนให้ท่านลงมาสื่อบอกโดยตรง แล้วโยมจะรู้เอง'

       จากนั้นปริศนาในเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับอ.แก้วอุมาก็เริ่มคลี่คลายในคืนหนึ่ง ซึ่งเป็นวันเกิดของอ.แก้วอุมาเอง คืนนั้นเธอได้ฝันเห็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งขี่เสือมาหา และชวนให้นั่งไปด้วยกัน ผู้หญิงที่เห็นในความฝันก็คือ "พระแม่อุมาเทวี" ท่านมาบอกว่า "เจ้าจะดูดวงผ่านจิตได้ ขอให้เจ้าตั้งใจทำกุศลนะแล้วเจ้าจะได้ดี" ซึ่งที่น่าแปลกคือ เธอฝันอย่างนี้ติดกันถึง 3 วัน และหลังจากนั้นอาจารย์แก้วอุมาก็ได้ลาออกจากงาน เพื่ออุทิศตัวเป็นสื่อสัมผัสญาณพระแม่อุมา ให้กับคนที่ตกทุกข์ได้ยากให้พลิกผันชีวิต ให้มีทางออกโดยทางธรรม ปัจจุบันจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ที่ให้การยอมรับในญาณสัมผัสอันแม่นยำของเธอ


       ข้อมูลจาก http://www.yingthai-mag.com/

Tags »

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

กลับขึ้นด้านบน