Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-
|



เมื่อพูดถึงการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ หลายคนอาจจะคิดว่า เป็นเรื่องที่ยากลำบากจนเกินไป และคงทำไม่ได้ หากไม่ใช่นักปีนเขามืออาชีพ แต่ปัจจุบัน แค่คุณมีเงินเพียง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้ โดยไม่ต้องมีทักษะเรื่องการปีนเขาแต่อย่างใด


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กิจกรรมปีนเขายอดเขาเอเวอร์เรสต์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก กลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากนักปีนเขามืออาชีพ รวมถึงบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องปีนเขา แต่มีใจรัก และต้องการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่สักครั้งในชีวิต ซึ่งคนกลุ่มหลังนี้ กลายเป็นกลุ่มนักปีนเขาส่วนใหญ่ ที่เดินทางมาเยือนเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศเนปาล และนำพารายได้มหาศาลมาสู่ชาวเนเปล และชนพื้นเมือง ที่รับหน้าที่นำทางให้พวกเขาได้ขึ้นไปสัมผัสยอดเขาเอเวอร์เรสต์


ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทุกๆเดือนมีนาคมถึงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ภาพที่ทุกคนเห็นกันจนชินตา ก็คือภาพของนักท่องเที่ยวนับร้อยคน ที่รอต่อแถวเพื่อเดินทางไปบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ทำให้การจราจรบนเส้นทางดังกล่าวค่อนข้างติดขัดอยู่พอสมควร และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือขยะ และสิ่งปฏิกูลมากมาย รวมถึงความเสียหายต่อธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยรายได้มหาศาลที่ทางการเนปาลได้รับ เพราะตอนนี้ ใครก็ตามที่ต้องการปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ เพียงแค่จ่ายเงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,489,000 บาท ก็สามารถเดินทางมาปีนเขาได้ทันที โดยจะมีไกด์นำทางคอยอำนวยความสะดวก รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มาคอยดูแลและแนะนำการเตรียมความพร้อมก่อนการปีนเขา


แตกต่างจากสมัยก่อน ที่การปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะทาง ที่นักปีนเขาผู้มีประสบการณ์สูง หรือผู้ที่ชำนาญเส้นทางอย่างแท้จริงจะสามารถทำได้เท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ที่เอดมันด์ ฮิลลารี ชาวนิวซีแลนด์ สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2496 การปีนเขาเอเวอร์เรสต์ ได้กลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ที่มีเพียงไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่หลังจากการบุกเบิกเส้นทางอย่างจริงจัง และการปลูกสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ ตามทางที่จะขึ้นไปสู่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ นักปีนเขาจากทั่วโลก ก็เริ่มหลั่งไหลมายอดเขาแห่งนี้กันมากขึ้น แต่มีเพียง 2,500 คน เท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จในการพิชิตยอดเขาดังกล่าว นับตั้งแต่ปี 2496


ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีนเขาเอเวอร์เรสต์เฉลี่ยปีละ 200 คน โดยจุดที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดขณะการปีนเขานั้น คือจุดที่มีชื่อว่าฮิลลารีสเตป ที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้แก่เอดมันด์ ฮิลลารี โดยบริเวณดังกล่าวเป็นหน้าผาสูง 40 ฟุต ที่ระดับความสูง 28,840 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่ยากที่สุดของการปีนเขาช่วงสุดท้ายก่อนขึ้นถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์ โดยในทุกๆปี จะมีนักปีนเขาจำนวนมาก ที่ประสบอุบัติเหตุบริเวณนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางแบบคอขวด ที่นักปีนเขาทั้งขาขึ้นและขาลงต้องสวนทางกัน


และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว นักปีนเขาผู้ชำนาญเส้นทางบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์จากทั่วโลก ได้มารวมตัวกันที่ประเทศเนปาล เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการสร้างมาตรฐานและกฎเกณฑ์เรื่องความปลอดภัย ซึ่งอาจหมายรวมถึงการจำกัดจำนวนผู้ปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในอนาคต เพื่อป้องกันเหตุโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้น หลังจากเมื่อปี 2539 เกิดอุบัติเหตุนักปีนเขาเสียชีวิต 16 ราย โดยวันที่ 11 พฤษภาคมแค่เพียงวันเดียว มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย
ที่มา http://news.voicetv.co.th/global/70410.html


ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

กลับขึ้นด้านบน