-

มนุษย์กับการเปลี่ยนแปลง

|

การเปลี่ยนแปลง... เป็นนิรันดร์!
แต่การเปลี่ยนแปลง ก็มีทั้งการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก กับการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ

ทุกคนยินดีที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นกับคนบางคน และเสียดาย หรือที่รุนแรงก็ถึงขั้นผิดหวัง ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคนบางคน

"มิติคู่ขนาน" วันนี้ขอนำท่านผู้อ่านไปลองสำรวจเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ ที่สำคัญคือ การพยายามค้นหาคำตอบสำหรับเรื่องการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และลบอย่างสุดโต่งว่า ทำไม?

ขั้นต้น จริงหรือ ที่การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์?
คำตอบคือ จริง เพราะทุกขณะเวลา ถึงแม้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคนเราแต่ละคน อาจดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นเลย แต่สิ่งหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถหยุดได้ คือ เวลา

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอกับทุกคน คือ เวลา คืออายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่ที่ไม่เกิดขึ้นเสมอกับทุกคน คือ การเปลี่ยนแปลงที่ตามมากับอายุ เพราะมีทั้งคนที่อายุมากขึ้น แล้วก็เปลี่ยนแปลงในเชิงบวก คือ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้มากขึ้น และคนที่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบคือ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่กลับเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้น้อยลง

อะไรเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง?
คงต้องแยกเป็น 2 แนวทางชัดเจน คือ การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก กับการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ

การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างเป็นธรรมชาติ ก็คือ อายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะเวลา และความรู้สึกของมนุษย์ปกติธรรมดา ที่อยากจะเติบโต... เติบใหญ่... เป็นมนุษย์ที่ไม่ถูกมองว่า "มีแต่อายุที่มากขึ้น แก่ขึ้น แต่ความคิด พฤติกรรมไม่ดีขึ้นตามอายุ แถมที่เลวร้ายที่สุดก็คือ มิใช่เพียงแต่ไม่ดีขึ้น เหมือนอายุที่มากขึ้น หากกลับเลวทราม ชั่วร้ายขึ้น ฉลาดเจ้าเล่ห์ขึ้น ตามอายุ"

สำหรับมนุษย์เราโดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก จริงๆ แล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นปกติธรรมดา อย่างเป็นธรรมชาติ ที่ทุกคนอยากมี อยากเป็นอยู่แล้ว และก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่จริง คือ การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้คนคนหนึ่งมีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น มีความคิดมากขึ้น เป็นคนดีมากขึ้น เป็นคนที่ช่วยคนอื่นและสังคมได้มากขึ้น...

การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกนี้ ก็เป็นสิ่งที่สังคมโดยภาพรวม พยายามให้คนในสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวทางบวกนี้ ผ่านกระบวนการหล่อหลอมสังคม ทั้งอย่างเป็นทางการ อย่างเป็นระบบ และอย่างไม่เป็นทางการ หากเป็นกระบวนการทางสังคม ดังเช่น การศึกษา สื่อสารมวลชน ค่านิยมที่ดีงามของสังคม ฯลฯ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบล่ะ?
จริงๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ และสังคมโดยส่วนรวม ทุกสังคมทั้งโลก ก็ล้วนแต่พยายามป้องกันมิให้การเปลี่ยนแปลงในเชิงลบเกิดขึ้นมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำลายสังคม และที่เลวร้ายอย่างสุดๆ ก็คือ ทำลายความเป็นมนุษย์

โดยทั่วๆ ไป การเปลี่ยนแปลงในเชิงลบก็มีมากมาย ดังเช่น เปลี่ยนจากคนที่อารมณ์ดีเป็นประจำ มาเป็นคนอารมณ์ร้ายเป็นประจำ มาเป็นคนอารมณ์ร้ายเป็นอาจิณ เปลี่ยนจากการเป็นคนมองโลกในแง่ดี มาเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย เปลี่ยนจากคนมีน้ำใจ มาเป็นคนใจแคบ เปลี่ยนจากการเป็นคนมีเหตุผล มาเป็นคนที่ไม่มีเหตุผล เปลี่ยนจากคนไม่ชอบการพนันทุกรูปแบบ มาเป็นคนติดการพนัน เปลี่ยนจากคนที่ไม่สูบบุหรี่ไม่เสพสุรา มาเป็นคนติดบุหรี่ ที่ ม.ต.ล.ว. (เมาตลอดวัน) เปลี่ยนจากคนที่ขยันขันแข็ง มาเป็นคนเกียจคร้าน เปลี่ยนจากคนที่รังเกียจการพูดปด มาเป็นคนที่คำพูดเชื่อไม่ได้ เปลี่ยนจากคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่มาเป็นคนที่ทุจริตคอร์รัปชันต่อหน้าที่ และที่เลวร้ายที่สุด เปลี่ยนจากคนที่เป็นที่พึ่งของสังคม มาเป็นคนที่ทำร้ายและทำลายสังคม

อะไรเป็นสาเหตุนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ?
มีประเด็นน่าสนใจน่าศึกษามากทีเดียว!

สำหรับผู้เขียนมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบว่า อาจแยกเป็น 2 ระดับ คือ หนึ่ง: ระดับไม่ร้ายแรง และสอง: ระดับร้ายแรง โดยระดับร้ายแรงหรือไม่นั้น ผู้เขียนขอเป็นระดับความร้ายแรงต่อสังคม

สำหรับระดับแรก (ไม่ร้ายแรง) ผู้เขียนมองว่า มนุษย์เราโดยทั่วไปย่อมมีมุมมองต่อชีวิต และบทบาทของตนในสังคมแตกต่างกัน และก็นำมาสู่พฤติกรรมการแสดงออกที่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้วย ถ้าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับเฉพาะตัวบุคคล ที่ไม่ส่งผลกระทบเป็นปัญหาต่อสังคม คือ เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งผลร้ายที่เกิดขึ้น ก็เกิดกับตัวผู้เปลี่ยนแปลงเองเป็นสำคัญ เช่น คนที่ไม่สูบบุหรี่ ไม่เสพสุรามาก่อน แล้วมาเปลี่ยนเป็นคนสูบบุหรี่และเสพสุรา หรือคนที่เคยเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกเป็นโลกที่น่ารื่นรมย์ตลอดเวลา มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น เป็นคนมีเพื่อนมากมาย มาเป็นคนที่มองโลกในแง่ไม่ดีนัก ไม่อยากคบหาสมาคมกับใคร ไม่สนใจใส่ใจกับใคร หรือเคยเป็นคนใจกว้าง มาเป็นคนใจแคบ หรือคนที่ไม่ชอบเรื่องการเสี่ยงโชคและการพนันทุกรูปแบบ มาเป็นคนที่ชอบซื้อหวยซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำ...

โดยที่การเปลี่ยนแปลงในเชิงลบนี้ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ ที่ไม่ทำให้คนอื่นหรือสังคมเดือดร้อน

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบระดับร้ายแรง ผู้เขียนมองไปที่การเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นกับคนที่เคยเป็นที่พึ่งของสังคม มาเป็นคนที่เป็นอันตรายต่อสังคมส่วนรวม

โดยทั่วไป จริงๆ แล้วความเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงเชิงลบระดับร้ายแรง สำหรับสังคมหนึ่งๆ จะเกิดขึ้นกับคนจำนวนไม่มาก...

แต่ประเด็นใหญ่ก็คือ คนจำนวนไม่มากเหล่านี้ ล้วนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคม เพราะมักเป็นคนที่เป็น "ผู้ใหญ่" ของสังคม เป็น "คนมีอำนาจโดยตำแหน่งหน้าที่" และประวัติศาสตร์ก็มีตัวอย่างมากมาย ถึงความล่มสลายของสังคม และความเดือดร้อนของประเทศชาติว่า เกิดจากคนส่วนน้อยที่มีอำนาจ ที่เคยเป็นที่พึ่งทางปัญญาและจิตวิญญาณของสังคมมาก่อน

แล้วการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ จะป้องกันหรือเยียวยาได้อย่างไร?
ผู้เขียนขอตอบสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงลบระดับรุนแรงว่า จริงๆ แล้ว คนที่มีความเปลี่ยนแปลงในเชิงระดับรุนแรงเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นคนมีการศึกษาสูง เป็นคนมีความรู้ ซึ่งคนในระดับนี้ การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เป็นคนที่ใช้ความรู้ ความสามารถ ความเป็นคนที่สังคมคาดหวังสูง เปลี่ยนอีกครั้ง กลับไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก จะเกิดขึ้นได้จาก 2 แนวทางใหญ่ คือ...

หนึ่ง : เปลี่ยนเพราะสังคม ที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งของ "กฎหมายสังคม" เช่น การลงโทษทางสังคม การแสดงความรังเกียจ ไม่คบหาสมาคมด้วย

สอง : ทบทวนตนเองว่า สิ่งที่ตนเองเปลี่ยน หรือเป็นนั้น เกิดจากสาเหตุ หรือ "ปัจจัย" อะไร? ชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร?




ที่มา http://www.posttoday.com/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

สตีเฟน ฮอว์คิงเตือน 'ปัญญาประดิษฐ์' อาจทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์

สตีเฟน ฮอว์คิงเตือน 'ปัญญาประดิษฐ์' อาจทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์

ระบบความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรม

SHAREความคิดเห็น
ประมงฟิลิปปินส์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ในท้องฉลามเสือที่จับได้

ประมงฟิลิปปินส์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ในท้องฉลามเสือที่จับได้

ชาวประมงฟิลิปปินส์จับปลาฉลามเสือหนักกว่าครึ่งตันได้ เมื่อผ่าท้องพบ เต็มไปด้วยชิ้นส่วนมนุษย์ คาดว่าอา...

SHAREความคิดเห็น
ผลวิจัยชี้ มนุษย์เพศชายมีทักษะการอ่านแผนที่ดีกว่าเพศหญิง

ผลวิจัยชี้ มนุษย์เพศชายมีทักษะการอ่านแผนที่ดีกว่าเพศหญิง

ผลการวิจัยชี้ชัดเพศชายมีทักษะด้านจับทิศทางได้ดีกว่าเพศหญิง นักวิทยาศาสตร์ย้ำเป็นมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว

SHAREความคิดเห็น
ผลวิจัยชี้ มนุษย์อยู่รอดบนดาวอังคารได้เพียง 68 วันเท่านั้น

ผลวิจัยชี้ มนุษย์อยู่รอดบนดาวอังคารได้เพียง 68 วันเท่านั้น

แผนการส่งมนุษย์ไปอาศัยบนดาวอังคารอาจต้องชะงัก เพราะมนุษย์จะอยู่ที่นั่นได้เพียง 68 วันเท่านั้น จากปริมาณออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ

SHAREความคิดเห็น
พบกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอายุกว่า 2 แสนปี ในฝรั่งเศส

พบกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอายุกว่า 2 แสนปี ในฝรั่งเศส

สาระน่ารู้ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสขุดพบกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอายุกว่า 2 แสนปี ซึ่งเป็นสิ่งสำค...

SHAREความคิดเห็น
นักวิทย์เผย วิดีโอสแกนร่างกายมนุษย์ขณะมีเซ็กส์

นักวิทย์เผย วิดีโอสแกนร่างกายมนุษย์ขณะมีเซ็กส์

นักวิทยาศาสตร์ถ่ายทำวิดีโอ ขณะคู่รักมีเพศสัมพันธ์กันในเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

SHAREความคิดเห็น
นักวิจัยเยอรมันประดิษฐ์เครื่องจำลองการบินด้วยความคิดของมนุษย์

นักวิจัยเยอรมันประดิษฐ์เครื่องจำลองการบินด้วยความคิดของมนุษย์

นักวิจัยชาวเยอรมันจากมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิคและเบอร์ลิน ประดิษฐ์เครื่องจำลองการบินที่มีชื่อว่า Brain...

SHAREความคิดเห็น
Lolita Richi สาวน้อยวัย 16 ปี มนุษย์บาร์บี้คนล่าสุด

Lolita Richi สาวน้อยวัย 16 ปี มนุษย์บาร์บี้คนล่าสุด

มาอีกแล้วจ้า! สำหรับมนุษย์บาร์บี้คนล่าสุด ซึ่งเธอผู้นี้เป๊นสาววัยรุ่นอายุเพียง 16 ปี ที่ชื่อว่า Lolita Richi ชาวยูเครน

SHAREความคิดเห็น
คลิปรณรงค์จาก PETA หาก 'มนุษย์' กลายเป็นวัตถุดิบในการทำเสื้อผ้า

คลิปรณรงค์จาก PETA หาก 'มนุษย์' กลายเป็นวัตถุดิบในการทำเสื้อผ้า

PETA หรือ องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ ก็ไม่เคยหยุดที่จะรณรงค์ต่อต้านการนำขนของสัตว์มาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ หรือเฟอร์นิเจอร์

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน