ค้นหา คำต่างๆ คำมาใหม่
หน้าแรก  บันเทิง  เพลง  กีฬา  ผู้หญิง  วาไรตี้  ท่องเที่ยว  เทคโนโลยี  มือถือ  กล้องดิจิตอล  เกมส์  ดูดวง 
ค้นหา    เว็บทั่วโลก    ThaiZa       
หน้าแรกวาไรตี้
เฮฮาขำขัน
เรื่องจริงเตือนภัย
สาระน่ารู้
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ธรรมะธรรมโม
ไลฟ์สไตล์
มุมหนังสือ
เสวนา วาไรตี้
ซ่าส์.. ทุกเวลา
บันเทิง
ผู้หญิง
เกมส์
เพลง
วาไรตี้
เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว
กีฬา
ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
บริการ ดีดี
กล้องดิจิตอล
โทรศัพท์มือถือ
ริงโทน โลโก้
ตลาดซื้อขาย
สารบัญเว็บไทย
หางาน
ค้นหาเนื้อเพลง
เช็ครอบหนัง
ค้นหาดารา นักร้อง
สรุปผลกีฬารายวัน
อัพโหลดไฟล์
บล็อก
ดูทีวีออนไลน์
ฟังวิทยุออนไลน์
คลิปวีดิโอ
อัลบั้มรูป
แกลอรี่ภาพสวย
หาเพื่อน แฟน กิ๊ก
ห้องแชท
เว็บบอร์ดสนทนา
เล่นเกมส์ออนไลน์
ดูดวง
ค้นหาคำศัพท์
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ส่งอีการ์ด
สภาพอากาศทั่วไทย
ผีลุงเพิก

"สันต์" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกในซอยเปลี่ยว

สมัยหนุ่มผมเคยอยู่ที่ศรีย่าน แดนดินถิ่นของอร่อย ตกเย็นๆ ก็มีรถเข็นและแผงลอยขายอาหารสารพัดชนิดมาตั้งเรียงรายบนฟุตปาธหลายสิบเจ้า โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นศรีย่านนี่ แหม! เด็ดสะระตี่จนถึงลือก็แล้วกัน คู่แข่งที่พอฟัดพอเหวี่ยงกันก็เห็นมีลูกชิ้นราชวัตรเจ้าเดียวเอง ขนาดย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วยังต้องหาโอกาสมาชิมบ่อยๆ นี่นา บอกไม่เชื่อ!

วันนี้ผมมีเรื่อง "ผีลุงเพิก" มาเล่าให้ฟัง

สาเหตุก็เพราะในกลางซอยบ้านผม ลุงเพิกกับลูกเมียมาซื้อตึกแถวห้องริมเปิดร้านชำมาตั้งปีมะโว้แล้ว...ร้านแกได้เปรียบตรงที่เป็นร้านริม แถมด้านข้างยังติดซอยแยกเล็กๆ อีกด้วย ทำให้ร้านนี้เปิดขายได้ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ตกเย็นๆ มีคอเหล้ามานั่งจับกลุ่มกันคึกคัก คุยโม้กันสนุกสนามตามประสาคนเมา

ลุงเพิกตอนนั้นเป็นพ่อม่ายเมียตาย อายุห้าสิบกว่า หน้าผากค่อนข้างกว้างขวาง แต่มีพวกที่ไปขอเซ็นเหล้าพูดจายกย่อว่า คิ้วต่ำ โหงวเฮ้งดี ลุงเพิกแกเป็นเงียบๆ เฉยๆ แทบจะไม่ค่อยพูดค่อยจาก็ว่าได้...แต่ใครปากหวานช่างปะเหลาะแกก็ได้กินเหล้าแบบแปะโป้งได้ง่ายๆ

ร่างอ้วนกลมในชุดกางเกงสีกากีขาสั้น สวมเสื้อกุยเฮงสีดำ ลากรองเท้าแตะฟองน้ำเปิดร้านตั้งแต่ตอนสายๆ ไปจนถึง 2 ทุ่มจนความเงียบเหงาย่างกรายเข้ามา แกก็จะเรียกลูกชายสองคนมาช่วยกันปิดร้าน

เวลาผ่านไปราว 5-6 ปี จนลูกชายเรียนจบ ลุงเพิกอายุใกล้จะหกสิบ...วันดีคืนดีก็นอนหลับไม่ตื่นไปตลอดกาล...ลูกชายทั้งสองรับราชการอยู่ต่างจังหวัด กลับมาช่วยกันทำศพพ่อจนเรียบร้อย...แล้วร้านนั้นก็ปิดตาย เพราะไม่มีใครคิดจะมาค้าขายแบบลุงเพิกอีกต่อไป

ความจริงผีลุงเพิกไม่น่าจะดุร้าย เพราะแกตายตามธรรมชาติของคนเราที่มีเกิดมีแก่และตายไปทุกคน ไม่ใช่ว่าตายเพราะอุบัติเหตุหรือว่าถูกใครฆ่าแกงจนกลายเป็นผีตายโหง...แต่ผีลุงเพิกก็ดุเหลือเชื่อซะไม่มี!

สมัยนั้นตอนกลางคืนราว 2-3 ทุ่มก็เงียบไปหมดแล้ว ซอยแยกแคบๆ ข้างร้านมักมีหมาจรจัดมาสิงสู่ เห่าหอนเสียงโหยหวน ทั้งน่ารำคาญและน่ากลัวเป็นประจำ

ลุงเวกกับลุงอ่ำเคยเป็นขาประจำร้านลุงเพิก ตอนนี้ต้องออกไปหาเชี่ยงชุนหรือค่างโหนกินที่ปากซอย...คืนนั้นสองเกลอเดินตุปัดตุเป๋เข้าซอยมาราว 3 ทุ่มเศษ เสียงหมาหอนโจ๋วมาแต่ไกล จนกระทั่งผ่านหน้าร้านลุงเพิกที่ปิดสนิทก็พลันมีเสียงดังขึ้นว่า

"ไอ้เวก! ไอ้อ่ำ! เมื่อไหร่จะใช้หนี้กู?" เล่นเอาขาเมาทั้งสองเบรกกึก อ้าปากค้างหันมองหน้ากัน...แม้จะไม่เห็นตัวก็จำเสียงนั้นได้เป็นอย่างดี

"ไอ้เพิก!!" สองเกลอร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนจะโจนอ้าว ก่วยแน่บไม่คิดชีวิต สบถสาบานว่าจะไม่กลับบ้านดึกๆ อีกต่อไป...ตัดสินใจซื้อเหล้ามากินที่บ้านจะได้ไม่โดนผีหลอก แทบจะช็อกตายแบบนี้

ยายแฉ่งกับป้าฉวีสองแม่ลูกไปช่วยงานศพที่เมืองนนท์ เดินเข้าซอยมา 3 ทุ่มเศษ...พอใกล้ถึงร้านลุงเพิกก็ปิดไฟมืด หมาเจ้ากรรมก็หอนโจ๋ว เล่นเอาสองแม่ลูกหันมองสบตากันก่อนจะจ้ำอ้าว...แต่ได้ยินเสียงกระแอมมาจากซอยแยกก็หันขวับไปมองอย่างลืมตัว

ใครคนหนึ่งยืนตะคุ่มๆ อยู่ในความมืดข้างร้าน ยายแฉ่งครางออกมาว่า "ตาเพิก" ก่อนจะเกิดอาการช้ำรั่ว...แตกซ่าออกมานองพื้น ซมซานกลับบ้านแทบไม่ไหวทั้งสองคน

พี่เชิดคนข้างบ้านไปทำงานที่ปักษ์ใต้ กลับมาเยี่ยมบ้านตอนดึกก็เจอลุงเพิกยืนอยู่หน้าร้าน พูดคุยกันนานพอดู...ครั้นถึงบ้านเล่าว่าคุยกับใครมา พ่อแม่ก็แทบลมจับไปตามๆ กัน!

คืนเกิดเหตุ ผมกับเพื่อนอีกสองคนคือไอ้ตุ๊กับไอ้อ้วนไปดูหนังรอบค่ำที่ศรีย่านเธียเตอร์เรื่อง "ศึกซูลู" หนังเลิกยังมาโจ้เหล้าร้านข้าวต้มหน้าตลาด...เมาดีเข้าก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เดินเข้าซอยพลางร้องเพลงคึกคะนอง ท่ามกลางลมหนาวพัดหวีดหวิวเคล้ากับเสียงหมาหอนโจ๋ว...

ไอ้อ้วนชี้มือไปที่ร้านลุงเพิกเปิดไฟสว่าง ร้องว่าแวะกินเหล้าต่อกันเถอะวะ! ไอ้ตุ๊ก็พยักพเยิดบอกว่าดีเหมือนกัน อารามเมาผมก็ร้องว่า...เอาไงเอากัน!

จนกระทั่งเข้าไปนั่งอยู่ในร้านสว่างโพลงและเยือกเย็น พวกเราหันไปทางลุงเพิกที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ ก้มลงมองเขม็ง ไอ้ตุ๊ร้องสั่งเหล่ากับโซดา...ผมเพิ่งสังเกตว่าลุงเพิกไม่พูดจาสักคำ แถมยิ้มเหมือนแสยะอีกต่างหาก

ฉับพลันทันใด เหมือนฟ้าผ่าโครมลงกลางกบาลเมื่อนึกได้ว่า...ลุงเพิกตายไปแล้วนี่นา! พิษเหล้าหายวับ เด้งพรวดขึ้นตะโกนลั่น...เฮ้ย! ผีผลอกโว้ย!

ขาเมาอีกสองคนได้ยินเข้าก็ตาเหลือกลาน...ไฟดับวูบ เหลือแต่เสียงหัวเราะแหบโหยสุดสยอง...เราวิ่งตะโพงออกจากร้านลุงเพิกได้ยังไงก็ไม่ทราบ จำได้แต่ล้มลุกคลุกคลานไปจนถึงบ้าน รุ่งขึ้นก็จับไข้นอนซมไปตามๆ กัน ...ไม่กล้ากลับบ้านดึกๆ อีกต่อไป

ทุกวันนี้นึกถึงภาพสยองในคืนนั้นยังขนหัวลุกเลยครับ! บรื๋อออ....







ข้อมูลจาก :

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :



สาระพัน บันเทิง : ข่าว, บันเทิง, เพลง, กีฬา, วาไรตี้, เกม, เทคโนโลยี, มือถือ, ผู้หญิง, เล่นเกมออนไลน์, ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, คลิปวีดีโอ, แกลลอรี่ภาพสวย
ชุมชน ออนไลน์ : บล็อก, อัลบั้มรูป, ห้องแชท, เว็บบอร์ดสนทนา, หาเพื่อน-หาแฟน
บริการ ดีดี : ตลาดซื้อขาย, ดูดวง, หางาน, ตรวจผลล็อตเตอรี่, ส่งอีการ์ด, เช็คสภาพอากาศทั่วไทย, ปฏิทินกิจกรรม, โหลดริงโทน โลโก้, อัพโหลดไฟล์
สารบัญ ค้นหา : สารบัญเว็บไทย, คำค้นยอดฮิต, ค้นหาเนื้อเพลง, ค้นหาดารา นักร้อง, ค้นหารอบหนัง, ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ หรือติดต่อ 2000 - 2008 ThaiZa.com, All rights reserved.