|
|
|
 |
|
| บัวลอยที่บางหลวง |
"ปิ่น" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากแม่ค้าขนมบัวลอย
สมัยก่อนดิฉันเคยอยู่บ้านริมคลองบางหลวง แถวๆ เจริญพาสน์ ถึงแม้จะมีบ้านช่องเรียงรายสองฟากฝั่ง แต่ต้นไม้ต้นไร่ก็ยังดกหนาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คือยังมีบรรยากาศของเรือกสวนเก่าๆ อยู่ไม่น้อย
เมื่อถึงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก พวกเราเด็กๆ จะเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน แม้ว่าน้ำจะขุ่นและไหลเชี่ยว พ่อแม่ก็เป็นห่วงกันทุกคน ขนาดมายืนดูที่ท่าน้ำก็มีเพราะกลัวลูกเต้าจะจมหายไปกับสายน้ำน่ะซีคะ
ตอนกลางวันจะมีเรือพายมาขายของสารพัด ตั้งแต่ ข้าวสาร ถ่าน หอมกระเทียม ผลไม้ ผักสดและพริกขี้หนูก็มีค่ะ
พวกอาหารการกินทั้งคาวและหวาน คือก๋วยเตี๋ยวทั้งหมูและเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำของเจ๊กฮวดอร่อยมาก แกจะเอาหมูสับละเอียดลงไปลวกน้ำร้อนแล้วนำมาใส่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วย...และให้เราเติมน้ำส้มพริกดองและน้ำปลาตามใจชอบ...แหม! นึกถึงแล้วอดน้ำลายไหลไม่ได้
ที่น่าสนุกคือเรือขายขนมจีนน้ำยาของลุงม้วนกับป้าเนียน เพราะลุงม้วนแกร้องกลอนเสียงเจื้อยแจ้วผิดกว่าเจ้าอื่นๆ
"ขนมจีนแม่วัลลา น้ำยาพระอภัย...เอ๋ย...ถั่วงอกเสาวคนธ์ พริกป่นหัสชัย...มาแล้วแม่เอ๊ยจ้า..."
นอกจากนั้นก็คือ หอยทอด ผัดไทย ขนมปลากริมไข่เต่า ขนมถาดที่มีทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองยืนพื้น นอกนั้นก็คือสังขยา สาลี่ ข้าวเหนียวตัดและขนมเปียกปูน...ตอนกลางคืนก็จะมีเรือของกินชุดใหม่พายเข้ามาในคลอง
ก๋วยจั๊บน้ำใส ข้าวต้มปลา บะหมี่-เกี๊ยว หมูสเต๊ะ โดยเฉพาะบัวลอยไข่หวานของป้าแช่มกับหลานสาวอร่อยที่สุด!
หลายบ้านจะเตรียมถ้วยชามเอาไว้ใส่บัวลอยไข่หวานกันเป็นประจำ พอเห็นแสงไฟที่หัวเรือส่องมาแต่ไกล แวะบ้านนั้นบ้านนี้ เดี๋ยวแวะข้างซ้าย ออกเรือได้ก็ข้ามคลองไปแวะฝั่งขวา กว่าจะมาถึงเราได้ดิฉันต้องกลืนน้ำลายไปหลายอึกเชียวค่ะ
บัวลอยไข่หวานของสองป้าหลานจะหยุดคืนวันเสาร์และอาทิตย์ บางทีก็หยุดคืนวันพระด้วย แต่ป้าแช่มจะบอกล่วงหน้าไว้เสมอ
ป้าแช่มพายท้าย หลานสาวชื่อพี่นวลพายหัว พวกหนุ่มๆ หลายคนก็ดักรอซื้อบัวลอยไข่หวานเพราะหน้าตาสะสวย ขาวผ่องของพี่นวลนี่เอง..ไม่ได้เอาถ้วยชามมาหรอกค่ะ แต่ใช้วิธีนั่งกินแบบละเอียด จะได้ถือโอกาสพูดคุยเกาะแกะแทะเล็มแม่ค้าคนสวยได้นานๆ ไงคะ
สองป้าหลานขายดิบขายดีจนพี่นวลมีทองแดงๆ ทั้งสร้อยคอและสร้อยข้อมือ ทำให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นเป็นพะเรอ
จนกระทั่งถึงคืนวันจันทร์ หลังจากสองป้าหลานหยุดขายไปสองคืน!
แม่กับดิฉันถือชามไปนั่งรอตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ เรือข้าวต้มปลากับเรือหมูสเต๊ะผ่านไปแล้ว...ไม่ช้าก็เห็นแสงไฟพ้นคุ้งออกมา ขนมบัวลอยไข่หวานของสองป้าหลานก็ต้องแวะฝั่งซ้าย ย้ายไปฝั่งขวา เพราะความเอร็ดอร่อยของขนม กับความสะสวยของแม่ค้าที่ทำให้พวกหนุ่มๆ หลงใหลไปแทบทุกคน
ในที่สุด ป้าแช่มก็วาดหัวเรือเข้าไปเทียบท่าก่อนถึงบ้านเรา เล่นเอาดิฉันชะเง้อคอมองอย่างหงุดหงิด...ยังดีที่บ้านนี้ไม่มีผู้ชายหนุ่มๆ มาชีกอ ไม่ช้าเรือป้าแช่มก็ผละมาท่าน้ำบ้านเรา...ดิฉันถือชามปราดลงบันได ไม่แยแสกับเสียงแม่เตือนให้ระวังลื่น
ส่งชามให้พี่นวลที่เงยหน้ายิ้มให้ แล้วนั่งรอไม่นานก็ได้ขนมเรียบร้อย ป้าแช่มเลื่อนเรือมารับเงินแล้วก็พายออกไปช้าๆ ดิฉันมองตามเพราะสงสัยที่พี่นวลไม่ยอมรับเงินเหมือนคืนก่อนๆ
คุณพระช่วย! ในเรือนั้นมีป้าแช่มพายท้ายอยู่คนเดียว!
แม่ช่วยรับชามขนม ดิฉันร้องถามเสียงสั่นๆ ว่าเมื่อตะกี้แม่เห็นพี่นวลไหม? แม่ก็บอกเห็น...แล้วมองตามไปก่อนจะร้องอุทานเบาๆ ดิฉันหนาวเยือกไปทั้งตัว จะว่าตาฝาดก็ไม่ใช่เพราะเห็นกันทั้งสองคน...แต่ตอนนี้พี่นวลหายไปไหน?
เรือน้อยลับสายตาไป สายลมกระโชกวูบจนยอดมะม่วงหน้าบ้านไหวซ่า...เราเข้าบ้านเงียบๆ พูดอะไรไม่ออก...จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นเห็นป้าแช่มพายเรือมาขายขนมบัวลอยคนเดียว แม่ถามตรงๆ ว่าพี่นวลหายไปไหน ป้าแช่มก็ตอบเศร้าๆ ว่าพี่นวลโดนฆ่าตอนที่ลงไปอาบน้ำเมื่อคืนวันศุกร์ คนร้ายต้องการสร้อยทั้งสองเส้น แต่พี่นวลขัดขืนจึงโดนแทงตายที่ท่าน้ำนั่นเอง
คืนต่อๆ มา ป้าแช่มพายเรือขายขนมบัวลอยคนเดียว แต่บางคืนก็มีคนเห็นพี่นวลนั่งพายที่หัวเรือ หน้าตาเศร้าหมองจนไม่มีใครกล้ากินขนมบัวลอยอีกเลย ป้าแช่มก็หายไปตั้งแต่นั้นมา!
ข้อมูลจาก :  เรื่องที่เกี่ยวข้อง : สุดสยอง! ลัทธิบูชาปิศาจจ้วงฆ่า 666 แผลก่อนลงมือกินเนื้อเหยื่อหอพักสุดสยองเสียงสยองบ้านสุดสยองห้องสยองขวัญคืนสยองขวัญแท็กซี่สยองเสียงสยองมอเตอร์ไซค์สยองห้องสยองขวัญ
|
|
|
|