|
|
|
 |
|
| ทุกข์เพราะเรียนภาษา |
การเดินทางไปเรียนภาษาในต่างประเทศ ดูจะได้รับความนิยมจากนักเรียนรวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองในบ้านเราขณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะตระหนักว่าในโลกยุคโลกาภิวัตน์ โอกาสที่เด็กได้รับจากการได้ไปเห็นโลกกว้าง จะช่วยเปิดโลกทัศน์และเป็นประโยชน์สำหรับเด็กในอนาคต เพื่อรองรับแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่คนในยุคหน้าต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นพลเมืองของโลก ไม่ใช่เพียงแค่พลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
และเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองโลกได้อย่างสมบูรณ์คือ ความสามารถด้านภาษาที่หลากหลาย อย่างที่ผู้รู้มักพูดกันว่า หากรู้ภาษาเพิ่มขึ้น 1 ภาษา ก็เหมือนเรามีคนเพิ่มขึ้นอีก 1 คนเลยทีเดียว
แต่ก็เหมือนเช่นในทุกเรื่องที่มักจะมีทั้งส่วนดีและส่วนเสียปะปนกันไป ความต้องการที่จะส่งลูกหลานให้ไปเรียนรู้โลกกว้างยังต่างประเทศ ประกอบกับการที่รัฐบาลไทยได้มีความร่วมมือกับหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ หรือออสเตรเลีย เพื่อให้โอกาสเด็กและเยาวชนจากไทยไปร่ำเรียนและใช้เวลาปิดภาคเรียนเพื่อเรียนรู้การทำงานในต่างแดน โดยมีการตรวจลงตราหรือวีซ่าชนิดพิเศษให้กับนักเรียนและนักศึกษาไทย ยิ่งทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการส่งเด็กไปเรียนภาษา และทำงานในต่างประเทศเติบโตขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางความเติบโตเฟื่องฟูนี้ก็มีปัญหาซุกซ่อนอยู่เช่นกัน
อย่างล่าสุดที่ในประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมลำดับต้นๆ สำหรับคนไทยก็เพิ่งประสบปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียนสอนภาษาเช่นกัน โดยลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีความซับซ้อนมากกว่าปัญหาการส่งลูกหลานไปเรียนทั่วไป นั่นคือมีการเปิดโอกาสให้เด็กไปเรียนหนังสือที่ญี่ปุ่นด้วยการให้ทุนการศึกษา
ฟังดูก็เหมือนจะดี เพราะนอกจากจะได้ไปเรียนหนังสือแล้วยังได้รับทุนสนับสนุนทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพราะรู้กันอยู่ว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แต่ทุนการศึกษาที่ว่ามาพร้อมกับเงื่อนไขให้เด็กทำสัญญากับทางโรงเรียน ซึ่งมีการเรียกเก็บเงินประกันค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาไปเรียนเข้าจริงๆ ปรากฏว่านอกจากสภาพโรงเรียนจะไม่ดีอย่างที่หวัง จำนวนครูที่มาสอนก็ไม่พอกับนักเรียนที่มีแล้ว เด็กนักเรียนยังต้องไปทำงานพิเศษที่มีการจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งไม่ใช่งานในร้านอาหารหรือฟาสฟู้ดชื่อดังอย่างที่เด็กเข้าใจ ในทางตรงข้ามบ่อยครั้งก็เป็นงานที่มีสภาพการทำงานย่ำแย่ อาทิ ไปควักไส้ปลา เด็กไม่มีเวลาเรียนหนังสือ เพราะถูกบังคับให้ทำงานเกินเวลา ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ทำให้เด็กต้องกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจถูกดำเนินคดีหรือถูกทางการญี่ปุ่นจับกุม เพราะเป็นแรงงานผิดกฎหมายอีกด้วย
เมื่อไม่นานมานี้สถานทูตไทยที่ญี่ปุ่นทราบเรื่องที่มีเด็กนักเรียนที่ไปเรียนภาษากับโรงเรียนเช่นนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ต่อมาเมื่อสามารถให้ความช่วยเหลือนักเรียนบางรายออกมาได้ ก็ถูกยากูซ่าซึ่งเป็นกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมายของญี่ปุ่นข่มขู่ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงช่องว่างของการขาดข่าวสารข้อมูลก่อนตัดสินใจส่งลูกหลานเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
ปัญหาคล้ายๆ กันก็เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ด้วยโดยนายธีรกุล นิยม อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเล่าให้ฟังว่า โครงการความร่วมมือที่ให้นักศึกษาไปเรียนและทำงานในต่างประเทศ ซึ่งไทยมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐ และออสเตรเลีย ก็พบปัญหาไม่ต่างกัน
จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดขึ้นเพราะเด็กไม่สามารถไปจัดการประสานงานในเรื่องการหาที่เรียนและที่ทำงานด้วยตนเองได้ จึงเป็นช่องว่าให้เกิดบริษัทที่ทำหน้าที่ประสานงานขึ้น และบางครั้งนายหน้าก็ไม่ทำตามสัญญา ปัญหาที่พบก็ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นล่าสุด คือเด็กต้องทำงานหนักไม่เป็นไปตามสัญญาที่ระบุไว้ สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ดี และไม่ได้เรียนภาษาตามความตั้งใจ เพราะทำงานหนักจนไม่มีเวลาเรียน พูดง่ายๆ คือถูกเอารัดเอาเปรียบนั่นเอง
นอกจากนี้บางครั้งเด็กที่เดินทางไปเรียนภาษาในต่างประเทศมาจากครอบครัวที่บ้านมีฐานะ ซึ่งอาจไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองเมื่ออยู่บ้าน พอไปอยู่ต่างประเทศต้องพึ่งตัวเองทุกอย่างและทำอะไรเองตั้งแต่ทำความสะอาด ล้างจาน ล้างห้องน้ำจึงรับสภาพไม่ได้ อย่างไปทำงานร้านขายไอศครีมก็ไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ตักไอศครีมอย่างเดียว แต่เด็กยังต้องทำความสะอาดร้านและห้องน้ำด้วย
ดีที่ในระยะหลังหน่วยราชการของไทยได้ร่วมมือกัน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้ โดยในส่วนของโครงการสำหรับนักศึกษาไทยที่จะไปเรียนและทำงานในออสเตรเลียและสหรัฐ มีคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโดยมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศรวมอยู่ด้วย
สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากส่งลูกหลานไปต่างประเทศ ทางที่ดีที่สุดควรหาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบมากที่สุดเสียก่อน และอาจขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยช่วยตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด ไม่อย่างนั้นการเดินทางไปหาประสบการณ์และเห็นโลกกว้างอาจทำให้เด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ในที่สุด
ข้อมูลจาก :  เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ดังตฤณ ให้ข้อคิด วิธีขจัดทุกข์จากรักทุกข์เพราะเรียนภาษาทุกข์หฤหรรษ์รักอย่างไร ไม่ให้ใจเป็นทุกข์การปฏิบัติตัวของประชาชนคนไทยในช่วงไว้ทุกข์ลุคส์ใหม่ห้องสมุดประชาชน แปลงโฉมสู่ศูนย์เรียนรู้กินได้ชมฟรีคอนเสิร์ตนักเรียนทุน "แสงรุ้งมิจางหาย แสงนั้นนิรันดร"ทุกข์เพราะเรียนภาษาอัจฉริยะ...เรียนสนุกเรียนรู้ดูบัว 150 สายพันธุ์
|
|
|
|