-

ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 4

|


คำบรรยายนี้แสดงแก่ผู้เข้าร่วมอบรมสมาธิภาวนาที่สวนโมกข์นานาชาติ
บอกเล่าชีวิตและกิจวัตรประจำวันของท่านพุทธทาสภิกขุ
ทำให้เห็นปฏิปทาอันสะอาดบริสุทธิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และความดีงามของท่าน
โดยผู้ใกล้ชิดที่เคยรับใช้เป็นเลขานุการส่วนตัวของท่านเป็นเวลานานปี
ท่านนั่งรับแขกอยู่ตรงนั้นมันดี เพราะว่าแขกจะนั่งไม่นาน พอมีฝนตกมาก็เลิกกัน ไม่ต้องไล่แขก แล้วบางทีท่านก็ไม่ลุกนะ บางทีท่านพูดไปเฉย ๆ แขกไม่ลุกก็ช่างเพราะท่านมีร่ม ก็คุยไปเรื่อยทำไม่รู้เรื่อง ก็มีคนทนเหมือนกันแหละ ทนจนไม่ไหว บอกไม่ไหวแล้วหลวงพ่อ เพราะว่าฝนตก ทำแบบนั้น ท่านเอื้อเฟื้อในระดับที่เกิดความสมดุล


ถ้าสมมุติว่าสร้างเป็นหลังใหญ่แบบนี้ โอ ท่านแย่ ฝนตกมันก็ไม่ไปใช่ไหม ตกลงไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะให้แขกไปได้ แต่ว่ารับแขกกลางแจ้ง ฝนตกก็เลิกกัน เหมือนบรรยายวันเสาร์ ฝนตกก็เลิก อย่างที่เห็นอยู่แล้วว่าฝนจะตก แต่ว่าบรรยายก่อน พอตกก็เลิก แต่พอไปตั้งไว้ที่เรือแล้ว ฝนตกก็ต้องบรรยายจนเลิก จนกว่าจะจบข้อความ จะเห็นว่าชีวิตของท่านใกล้ชิดธรรมชาติแล้วก็มีอะไร ๆ ที่มันเป็นไปโดยลำดับ ไม่ต้องทำความยุ่งยากลำบากต่อใคร ท่านอาจารย์ท่านอยู่ตรงนั้น


บางคนตอนเช้าท่านเดินอยู่ ก็มาหาท่าน แล้วก็มันจะถูกท่านไล่ ท่านเคยบอกไว้บอกว่า คนถ้ามันไม่รู้กาลเทศะ ปฏิบัติธรรมะไม่ได้หรอก เวลานี้เราเดินอยู่มันยังมากราบขวางหน้าเรา แล้วแถมยังมาบอกหลวงพ่อขอถามปัญหาหน่อย มันไม่รู้ว่าเวลานี้เขาจะทำอะไร แสดงคนเหล่านี้ไม่มีทางที่จะรู้ธรรมะได้ เพราะว่าไม่รู้มารยาทพื้นฐาน แล้วก็ถูกไล่ไป ถ้าดีหน่อยก็บอกไปนั่งคอยที่นั่น


เวลาแขกเข้ามา แม้กระทั่งพระภิกษุสามเณรก็เหมือนกัน ไม่ถอดรองเท้าในที่ไกล มาถอดรองเท้าข้างหน้า แล้วก็เอารองเท้ารองหัวเข่าแล้วก็กราบ พวกนี้ก็ยังไม่ไหวแล้ว เขาเรียกว่า สำอางกินไป หรือมักง่ายเกินไป ซึ่งเราทำกันประจำ บางคนกลัวเปื้อน เปื้อนกายนี้กลัวนัก แต่เปื้อนใจไม่ทันดู ท่านสังเกตคนเหล่านี้อยู่ คนที่มีท่าทางที่ไม่ค่อยจะถูกต้อง ท่านก็ไม่อยากจะคุยด้วย เพราะมันบ่งลักษณะบ้า ๆ อยู่เหมือนกัน มาถึงก็นั่งดูท่านอาจารย์ทั้งวัน นั่งดูอย่างนี้ บางทีท่านก็บอกว่าไปถามดูซิ เขามีธุระอะไร ไปถามว่าโยมมีธุระอะไร คนนั้นก็ไม่ทราบว่าอารมณ์ค้างหรืออารมณ์เสียอยู่ ถามว่า "ทำไมนั่งไม่ได้หรือไง" ความจริงก็เป็นห่วงคนไปนั่ง ตอนหลังก็เลยปล่อยเลย คนมาหลังก็เลยลำบากอีก โอ๊ยดิฉันมานั่งตั้งแต่เช้าแล้วน่ะค่ะ ยังไม่ได้ที่พักเลย อ้าว ! ใครจะรู้ล่ะ โยมมานั่งมีธุระอะไรหรือเปล่า เพราะว่าเราเคยไปถามก็โดนโยมดุเอาเสียอีก หาว่าไปรบกวนเขา เขาอยากจะนั่งชมท่านอาจารย์ บางคนมาแล้วอย่าไปนั่งเฉย ๆ ไปที่เคาน์เตอร์ที่มีพระเจ้าหน้าที่อยู่ ก็ไปถาม ถ้านั่งเฉย ๆ พระก็ปล่อยตามเรื่อง ไม่อยากไปรบกวนโยมที่นั่งอยู่หรอก เพราะว่าบางคนเขาก็นั่งอยู่โดยมีวัตถุประสงค์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่านั่งโดยมีวัตถุประสงค์หรือเปล่า หรือว่านั่งคอยใคร


ท่านอาจารย์นั่งรับแขกอยู่ตรงนั้น สังเกตแขกที่มา ได้เวลา ๘ โมงท่านก็ฉัน ความจริงท่านจะฉันเมื่อไรก็ได้ เดินหกโมงเช้าแล้วมานั่งตั้งชั่วโมง คอยแขก ไม่เห็นมีใครมาเลย คุณคิดดูนั่งมาตั้งกี่ปีแล้ว คอยแขกมาตลอดเลย ท่านทั้งหลาย ท่านเจ้าคุณอาจารย์นั่งคอยท่านทั้งหลายมากี่ปีแล้ว ท่านไม่มา ตอนนี้ท่านไม่นั่งคอยแล้ว ท่านไปนอนคอยแล้ว ไม่ไปนั่งคอย เวลาแขกมาตอนท่านฉัน เวลาอาหาร ๘ โมงเช้า เขาจะมีสัญญาณตีกลอง ท่านจะได้ยินด้วย กลองที่เขาตีเป็นสัญญาณพระก็จะไปตักอาหารที่โรงฉัน ถ้าได้ยินเสียงกลองท่านก็จะลุกขึ้นมาฉัน แต่บางครั้งก็มีแขกติดพัน แขกก็คุยไม่รู้เวล่ำเวลาเลย เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน บางครั้งเราไปบอก ท่านอาจารย์ครับ ๘ โมงแล้วครับ แต่เราไม่บอกว่าฉันนะ ไม่ได้บอกว่า อาจารย์ครับนิมนต์ฉันเช้า บอกอย่างนั้นไม่ได้ ต้องบอกอาจารย์ครับ ๘ โมงแล้ว ๘ โมงแล้วหรือ เดี๋ยวไป ถ้าแขกคุ้น ๆ กันหน่อยแต่ว่าคุยเพลิน แขกคุ้น ๆ นะคุยเพลินเลย ๘ โมงแล้วไม่รู้เรื่อง เราก็ไปบอกแขก "เดี๋ยวค่อยคุยกัน นี่ ๘ โมงแล้ว ให้ท่านอาจารย์ฉันอาหารก่อน" เขาก็จะลุกไป แต่บางครั้งก็เป็นแขกที่มีเกียรติก็ลำบากเหมือนกัน คุยเพลินไม่ยอมเลิก คุยเพลินจน ๘ โมงครึ่ง อาจารย์ท่านก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่มีปัญหาตรงคนที่อยู่ข้างหลังท่านอาจารย์ พวกเราพลอยหิ้วท้องไปด้วย แทนที่จะได้ฉันก็ไม่ได้ฉัน บางทีก็ยาวไปเลยก็แล้วแต่ ฉะนั้นขณะกำลังฉันอยู่ ๘ โมงนี่ ถ้ามีแขกที่ไม่รู้เรื่องเข้าไปนั่งคุย ท่านอาจจะบอกกับแขกตรง ๆ ว่า เวลาฉันห้ามคุย ผิดวินัย บางคนก็ไม่ได้ยิน ทำเป็นไม่ได้ยิน นั่งเฝ้า ถามท่านทั้งหลายว่า กำลังนั่งทานอาหารกัน ต่อหน้าคนที่ไม่รู้จัก ท่านรับประทานฝืดคอไหม? ถึงแม้เราเชิญแขกมาที่บ้าน แขกที่มาคุ้น ๆ ก็ฉันไม่อิ่มเหมือนกัน รับประทานอาหารไม่อิ่ม แต่ท่านอาจารย์คงไม่มีปัญหาเรื่องนั้น แต่ถ้าเป็นแขกที่คุ้นเคยท่านก็คุยด้วย ท่านก็ไม่ได้บอกว่าผิดวินัยหรอก คุยไปด้วย เราต้องไปบอกแขกว่า ท่านอาจารย์เคยพูดว่ามันผิดวินัย เขาก็ไม่สนใจ ชวนคุย ทำให้ท่านอาจารย์ลำบากเหมือนกัน ฉันไปต้องคุยไป


แล้วที่คิดว่าไม่เหมือนผู้ใด ขณะที่ท่านอาจารย์ฉัน จะมีทั้งสุนัข แมวและไก่มาร่วมวงด้วยอยู่เป็นประจำ เรานี่ก็เหลือจะทนแล้ว เพราะว่าแมวก็มานั่งคอยเลยคอยใกล้ ๆ สำรับอาหาร สุนัขก็มานั่ง ไก่ก็มา แล้วท่านจะไม่ฉันอาหารก่อน ท่านจะต้องให้ไก่ โปรยข้าวให้มัน พอไก่มันได้เศษข้าวมันก็แย่งกันกิน มันก็ไม่กินเปล่า ตีกันบาง โอ้โฮ นั่นมันพื้นดิน มีฝุ่นนี้ขึ้นมาเต็มเลย ฟุ้งขึ้นมาลงไปที่ไหนบ้างไม่รู้ แล้วท่านก็อยู่อย่างนั้น ฉันไปอย่างนั้น ฉันแบบนั้นแหละ ฉันคลุกฝุ่นเป็นประจำ


แล้วท่านก็ใช้ส้อมจิ้มอาหารให้สุนัขกิน สุนัขก็กินไปจากส้อมของท่าน เราก็วิตกกังวลว่า ถ้าสุนัขมันเป็นโรค ยุ่งเหมือนกันนา ก็ไม่ทราบว่าจะติดมาถึงท่านหรือเปล่า ฉะนั้นก็ต้องเดือดร้อนหมอ คุณหมอประยูรหรือว่าคุณหมออื่นที่มีความรู้ในเรื่องการฉีดยากันพิษสุนัขบ้า ก็ต้องฉีดกันเป็นประจำ ถ้าไม่ฉีดก็ไม่รู้ เดี๋ยวเกิดเรื่องแน่ เพราะท่านอาจารย์ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ท่านทั้งหลายจะทำได้ไหม?


ช้อนส้อมอะไรท่านก็ไม่เคยล้าง นี่แหละทางสายกลางของท่าน ไม่เคยล้าง บางคนล้างเสียจนกระทั่งล้างแล้วล้างอีก แต่ท่านไม่ล้าง คอยสังเกตดูพระฉันอาหารส้อมเขาไม่ล้าง แต่เช็ดเฉย ๆ ก็พอแล้ว ก็เอาไว้ตรงนั้นแล้วมดก็มากินต่อ แสดงว่าปลอดภัย มดยังกินได้แสดงว่าปลอดภัย ก็ทำอย่างนั้นตลอดเวลาตามแบบของท่าน


แมวท่านก็ให้อาหารแมว แมวกินแล้วก็ลากไปโน่นลากไปนี่ โอ้ย ! เต็มไปหมด มดเต็มไปหมด ท่านใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่รู้สึกว่ามากวนเรา บางคนกำลังกินอาหารอยู่พอแมวร้องเหมียว ก็รู้สึกรำคาญเหลือเกินทนไม่ไหว แต่ตลอดเวลาท่านอยู่กับธรรมชาติ ทั้งไก่ก็กวน หมาก็กวน แมวก็กวน ท่านก็อยู่เฉย ๆ เป็นการฝึกความอดทนมาตลอดเวลา ไม่มีปัญหากับสิ่งเหล่านี้ ชีวิตของท่านที่เรามองเห็น


พอฉันเสร็จท่านก็ออกไปนั่งรับแขกอีก ไม่ต้องทำอะไร แล้วความคิดก็จะไหลออกมาจากการมอง เคยถามท่านว่า "ความคิดต่าง ๆ ที่เอามาเทศน์ เอามาจากไหน คิดหรือเปล่า" "ไม่ต้องคิดหรอก ไปนั่งเฉย ๆ เดี๋ยวมันไหลออกมา นั่งเฉย ๆ มันก็ค่อย ๆ ไหล พอมันไหลออกมาก็จด ๆ ๆ แล้วได้เวลาก็เอาไปเทศน์"


คนมักจะมาถ่ายรูปกับท่าน ท่านก็มักจะไม่ปฏิเสธอะไร แต่ว่าขอเพียงว่า ถ้าเป็นสตรีขอให้มากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป คนบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้อยู่ตั้งหลายคน ท่านบอกว่าไม่ได้ เวลาถ่ายแล้วในรูปจะมีแค่สอง ตอนกำลังถ่ายคนมันเยอะ แต่ตอนถ่ายแล้วมีสองคนในรูป มันเป็นอาบัติในรูป เพราะว่าภิกษุห้ามอยู่กับสตรีสองต่อสอง ในรูปมันมีแค่ ๒ คน ไม่ได้ ท่านไม่ยอม ถ้าจะถ่ายรูปก็ต้องมีคนอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย แล้วก็ให้นั่งไกล ๆ นั่งพ้นรัศมีมือ แล้วก็พ้นรัศมีไม้เท้าท่านด้วย ท่านก็แกว่งไปแกว่งมา บอกว่าอยู่ไกล ๆ หน่อยสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย แต่ว่าคนที่คุ้นเคยอาจจะเข้ามาใกล้อีกนิดหนึ่ง แต่ว่าพ้นระดับมือ ประมาณห่าง ๑ เมตรขึ้นไป ท่านเตือนทุก ๆ คน เสมอ ๆ ในเรื่องนี้แล้วก็แนะนำ กระทั่งถ่ายรูปก็แนะนำ แล้วท่านก็บอกเสมอว่า ผู้ใดถ่ายรูปกับเรา ผู้นั้นคือผู้ที่ทำสัญญากับเราแล้วว่า จะปฏิบัติตามที่เราสอน ใครที่มีรูปกับท่านเอาไปเทียบไว้ได้ ข้าพเจ้าขอสัญญาว่า จะปฏิบัติตามที่ท่านสอนไว้ ไม่ทำตามที่สอน อย่ามาอ้อนเรียกอาจารย์ แต่ใครถ่ายรูปกับท่านก็ได้

ที่มา http://www.buddhadasa.in.th/html/articles/in_mem/middle-way.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

ธรรมะจากท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง รักผู้อื่น

ธรรมะจากท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง รักผู้อื่น

ความถูกต้องของการมีธรรมะมีศาสนาคือ หมดความเห็นแก่ตัวและรักผู้อื่น พวกนักแย้งหรือนักเมาปรัชญา Logic อ...

SHAREความคิดเห็น
ธรรมะท่านพุทธทาส ชาตินี้ ชาติหน้า

ธรรมะท่านพุทธทาส ชาตินี้ ชาติหน้า

พุทธทาสภิกขุ คำบรรยายธรรม "อบรมพระธรรมฑูต" ๒๕๑๐ โดย "พุทธทาสภิกขุ" คัดจาก หนังส...

SHAREความคิดเห็น
ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ เรื่องความดี ความงาม ความจริง

ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ เรื่องความดี ความงาม ความจริง

คำว่า "ศาสนา" ของพระพุทธเจ้านั้น ท่านเล็งถึงสิ่ง ๓ สิ่ง คือความรู้ อย่างหนึ่ง, และการปฏิบั...

SHAREความคิดเห็น
นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส  เรื่อง หลวงพ่อกับเณรจ้อย

นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง หลวงพ่อกับเณรจ้อย

นิทานธรรมะ นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง หลวงพ่อกับเณรจ้อย ปีนั้น เป็นปีแรกที่วัฒนธรรมการ...

SHAREความคิดเห็น
เลือกทางเดิน โดยท่านพุทธทาสภิกขุ

เลือกทางเดิน โดยท่านพุทธทาสภิกขุ

เลือกทางเดิน ท่านพุทธทาสภิกขุ จิตของคนเราตามธรรมดาสามัญนั้น มันมีทางของมันเองอยู่ทางหนึ่ง เป็นทางขอ...

SHAREความคิดเห็น
ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 5

ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 5

ชีวิตและกิจวัตรประจำวันของท่านพุทธทาสภิกขุ ทำให้เห็นปฏิปทาอันสะอาดบริสุทธิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และความดีงามของท่าน

SHAREความคิดเห็น
ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 4

ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 4

คำบรรยายนี้แสดงแก่ผู้เข้าร่วมอบรมสมาธิภาวนาที่สวนโมกข์นานาชาติ บอกเล่าชีวิตและกิจวัตรประจำวันของท่านพุทธทาสภิกขุ ทำให้เห็นปฏิปทาอันสะอาดบริสุทธิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และความดีงามของท่าน

SHAREความคิดเห็น
ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 3

ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 3

ทำกับฉัน เหมือนกับฉัน นั้นยังอยู่ อยู่เป็นคู่ กันชั่วฟ้า ดินสลาย ทำกับฉัน อย่างกับฉัน นั้นไม่ตาย ท่านทั้งหลาย ก็อยู่กัน นิรันดร

SHAREความคิดเห็น
ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 2

ทางสายกลางของท่านพุทธทาส 2

คำบรรยายนี้แสดงแก่ผู้เข้าร่วมอบรมสมาธิภาวนาที่สวนโมกข์นานาชาติ บอกเล่าชีวิตและกิจวัตรประจำวันของท่านพุทธทาสภิกขุ ทำให้เห็นปฏิปทาอันสะอาดบริสุทธิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และความดีงามของท่าน

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน