การรักษาโรคด้วยการดื่มน้ำปัสสาวะนั้นเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว และยังเป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงไม่รู้จบ อย่างรัสเซียรู้จักการรักษาด้วยวิธีนี้มานานกว่า 80 ปี ส่วนอินเดียรู้จักกันมาตั้งแต่โบราณกาล
ผู้ดื่มน้ำปัสสาวะในรัสเซียเชื่อว่า ปัสสาวะช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างปัสสาวะของหญิงมีครรภ์ช่วยรักษาโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อมในชายได้ เนื่องจากมีฮอร์โมนที่ช่วยทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว รัสเซียถึงขนาดตั้งสถาบันวิจัยการรักษาด้วยปัสสาวะในกรุงมอสโก แต่ปิดตัวไปเมื่อไม่นานหลังจากนั้น เพราะจากผลการวิจัยพบว่า ปัสสาวะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า การดื่มน้ำปัสสาวะนั้นเป็นอันตราย แม้แต่ผู้ที่ดื่มปัสสาวะของตนเองบ่อยครั้งยังยอมรับว่า รู้สึกเวียนศีรษะ ท้องเสีย และมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารหลายครั้ง หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มปัสสาวะยังมีโอกาสแท้งและเกิดความปกติของทารกในครรภ์ด้วย
เมื่อนำปัสสาวะมาวิเคราะห์พบว่า ปัสสาวะของผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมีส่วนผสมของยูเรีย ครีอาทีน กรดยูริก แอมโมเนียและสารพิษอื่นๆ ส่วนปัสสาวะของผู้ป่วยยังพบเอซโทน เกลือของโลหะหนักและแม้แต่แบคทีเรียร้าย เนื่องจากตับมีหน้าที่สกัดของเสียออกจากระบบการไหลเวียนของเลือด รวมทั้งสกัดน้ำที่มีมากเกินไป น้ำตาล และสารเคมีต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังเชื่อถือว่าการดื่มปัสสาวะช่วยรักษาโรคได้ จะเพิ่มความเชื่อถือนี้ยิ่งขึ้น เมื่อเกิดหายจากอาการป่วยด้วยโรคเล็กๆ น้อยๆ แต่บางคนถึงกับเชื่อมั่นว่า มันรักษาโรคมะเร็งได้ทีเดียว ขณะที่ผลการศึกษาทางการแพทย์ออกมาสวนทางว่า ปัสสาวะนั้นไม่ได้ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้เลย