Thaiza.com บันเทิง  ดูหนัง  ฟังเพลง  ผู้หญิง  กีฬา  วาไรตี้  ข่าวเด่น  เทคโนโลยี  เกมส์  แกลอรี่  ท่องเที่ยว  มือถือ  กล้องดิจิตอล  ดูดวง Trend  
หน้าแรกวาไรตี้ เฮฮาขำขัน เตือนภัย สาระน่ารู้
สยองขวัญ ธรรมะ ธรรมโม ไลฟ์สไตล์ มุมหนังสือ อาหาร เว็บบอร์ดวาไรตี้  
ธรรมะ ธรรมโม
ช้างในพระพุทธศาสนา


พญาช้างฉัททันต์


ในสมัยดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว มีสระใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง กว้างยาว 52 โยชน์ ลึกราว 12 โยชน์ สระแห่งนี้มีชื่อว่าฉัททันต์ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสระนี้มีต้นไทรใหญ่อยู่ด้านหนึ่ง และทางด้านตะวันตกมีถ้ำทองที่มีชื่อว่า กาญจนคูหา ในครั้งนั้น มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง ชื่อว่า พญาฉัททันต์ ได้อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆ สระแห่งนี้ เว้นแต่ในฤดูฝนอันเป็นเวลาที่พญาฉัททันต์ หลบฝนเข้าไปอยู่ในกาญจนคูหา

ลักษณะของพญาฉัททันต์กล่าวว่า สูงถึง 88 ศอก ยาว 120 ศอก งวงยาว 58 ศอก งาวัดโดยรอบโต50 กำ และมีรัศมี 6 อย่าง จึงได้นามว่า ฉัททันต์ ผิวกายมีสีขาวดั่งสีเงิน งาขาวดั่งเงินยวง งวง หาง และ เล็บแดง สันหลังแดง มีพละกำลัง เดินตั้งแต่เช้าไปไม่ทันสายได้ระยะทางถึง 3,610,350 โยชน์ นับว่าเดินเร็วมากทีเดียว พญาช้างฉัททันต์มีบริวารถึง 8,000 เชือก มีมเหสีชื่อ จุลสุภัททาและมหาสุภัททา เป็นช้างเผือกเหมือนกัน

เรื่องราวของพญาช้างฉัททันต์นี้ พระพุทธเจ้าทรงยกขึ้นมาเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ในขณะที่เสด็จประทับอยู่ที่เชตุวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี พระองค์ได้ทรงปรารภถึงภิกษุณีสาวรูปหนึ่งซึ่งมาฟังพระธรรมเทศนาที่พระองค์ ทรงแสดง แล้วมีอาการหัวเราะแล้วร้องไห้ พระองค์จึงแย้มพระโอษฐ์ ให้ปรากฏแก่ภิกษุ ทั้งหลาย เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นทูลถามถึงสาเหตุ พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าเรื่องราว ดังต่อไปนี้

ภิกษุณีรูปนี้เป็นธิดาของผู้มีตระกูลในเมืองสาวัตถี เมื่อออกบวชในพุทธศาสนาแล้วได้มาฟังธรรมเทศนาพร้อมภิกษุณีทั้งหลาย สาเหตุที่ภิกษุณีแสดงอาการเช่นนั้นเนื่องจากในขณะที่นางฟังธรรมเทศนา อยู่นั้น นางได้เพ่งดูความสง่างามผุดผ่องของพระพุทธองค์ แล้วระลึกไปถึงชาติก่อนๆ ว่านางเคยเป็น บาทบริจาริกาของมหาบุรุษนี้หรือไม่ ก็ระลึกได้ว่าเมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เป็นช้างฉัททันต์ นางเคยเป็นคู่ครองของพญาช้าง ก็บังเกิดความปิติยินดียิ่งจนไม่อาจสะกดไว้ได้ ถึงกับหัวเราะออกมาดังๆ แต่ครั้นมาหวนคิดได้ว่าอีกชาติหนึ่งนางเคยใช้ให้นายพรานโสณุดร ยิงพญาช้างด้วยลูกศรอาบยาพิษ พร้อมทั้งให้ตัดงาอันมีรัศมี 6 สี ทั้งคู่มาให้นางจนเป็นเหตุให้พญาช้างสิ้นชีวิตลง เพราะความอาฆาตของนาง นางจึงบังเกิดความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่อาจกลั้นความเศร้าโศกไว้ได้ ถึงกับสะอื้นไห้ออกมาดังๆ


พระคเณศ

พระคเณศ หรือ วิฆเนศวร หรือ พิฆเนศวร เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในศาสนาฮินดู นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวฮินดูโดยทั่วไปแล้ว ในบรรดาประเทศที่เลี้ยงช้างในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย พระคเณศยังเป็นที่นับถือของพวกหมอเฒ่าซึ่งเป็นครูผู้โพนช้าง คล้องช้าง และฝึกสอนช้าง อีกด้วย

ในการโพนช้าง คล้องช้าง หรือการประกอบพิธีเกี่ยวกับช้าง ผู้กระทำพิธีจะต้องทำการบวงสรวงบูชาและนมัสการพระคเณศก่อน โดยนับถือพระองค์เป็นเทพประจำช้าง นอกจากนี้พระคเณศยังเป็นเทพเจ้าประจำศิลปวิทยาการอีกด้วย

พระคเณศเป็นโอรสองค์แรกของพระอิศวรและพระอุมา ในคัมภีร์ปุราณะต่างๆ กล่าวว่า พระคเณศมิได้คลอดจากพระครรภ์ของพระมารดา แต่ถือกำเนิดโดยความปรารถนาของพระอิศวรและพระอุมา

พระคเณศมีรูปกายเป็นมนุษย์ อ้วนเตี้ย ท้องพลุ้ย หูยาน มีเศียรเป็นช้าง มีงาข้างเดียว สีกายแดง (บางแห่งว่าผิวเหลือง) นุ่งห่มแดง มี 4 กร (บางแห่งว่ามี 8 กรบาง 2 กรบาง) พระหัตถ์ที่ 1 ทรงถือเปลือกหอย พระหัตถ์ที่ 2 ทรงถือจักร พระหัตถ์ที่ 3 ทรงถือไม้พลองหรือปฏัก พระหัตถ์ที่ 4 ทรงถือดอกบัว

สาเหตุที่พระคเณศมีเศียรเป็นช้างนั้น ในคัมภีร์พรหมไววรรตปุราณะกล่าวว่า เมื่อพระอุมาได้ พระโอรสจากการทำพิธีปันยากพรต คือพิธีบูชาพระนารายณ์ ทวยเทพที่ทราบข่าวก็พากันมาแสดงความยินดี รวมทั้งพระศนิ (พระเสาร์) ซึ่งถ้ามองดูหน้าใครก็จะทำให้ผู้นั้นประสบความร้าย เมื่อพระศนิมองดูกุมาร ทันใดนั้นเศียรของกุมารก็ขาดจากศอกระเด็นหายไป เมื่อพระวิษณุ (พระนารายณ์) ทรงทราบก็เสด็จขึ้นครุฑไปยังแม่น้ำบุษปภัทร ทอดพระเนตรเห็นช้างนอนหลับหันหัวไปทางทิศเหนือ ก็ทรงตัดเศียรช้างนั้นนำกลับมาต่อที่ศอกุมาร

ส่วนสาเหตุที่พระคเณศมีงาข้างเดียวนั้น ในคัมภีร์พรหมไววรรตปุราณะกล่าวว่า พระคเณศทรงทำหน้าที่รักษาพระทวารขณะที่พระอิศวรทรงบรรทม ปรศุรามจะเข้าไปในพระราชฐานชั้นใน พระคเณศเข้า ขัดขวาง ได้มีการถกเถียงและต่อสู้กันขึ้น พระคเณศใช้งวงจับปรศุรามหมุนไปรอบๆ และเหวี่ยงไปจน ปรศุรามมึนศีรษะและหมดสติไป เมื่อปรศุรามรู้สึกตัวก็โกรธแค้นพระคเณศมาก จึงเอาขวานเพชรขว้างไปที่พระคเณศ พระคเณศจำได้ว่าขวานนั้นเป็นอาวุธของพระศิวะซึ่งประทานแก่ปรศุราม พระคเณศจึงน้อมรับด้วยความเคารพ ทันใดนั้นขวานเพชรก็ตัดงานข้างหนึ่งขาดกระเด็นไป พระคเณศจึงเหลืองาข้างเดียวนับแต่บัดนั้น


ช้างปาลิไลยกะ

ช้างปาลิไลยกะ เป็นช้างที่รู้จักกันดีในพระพุทธประวัติ เพราะเป็นช้างที่ได้ปรนนิบัติพระพุทธเจ้าตลอดพรรษที่ 10 นับตั้งแต่พระพุทธองค์ตรัสรู้ ในขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ป่ารักขิตวัน ใกล้หมู่บ้านปาลิไลยกะ ใกล้เมืองโกสัมพี หมู่บ้านนี้จึงมีความสำคัญในพุทธศาสนา

ช้างปาลิไลยกะเป็นช้างพลายหัวหน้าโขลงที่มีกำลังแข็งแรง ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายต่อการอยู่รวมกับช้างเป็นจำนวนมากในโขลง เพราะช้างเหล่านั้นประพฤติตนไม่อยู่ในระเบียบ ทั้งในเรื่องอาหารการกิน และการดำรงชีวิตอยู่ เช่น แย่งกินหญ้าหมด พญาช้างต้องกินต้นหญ้าที่เหลือ นอกจากนี้ช้างโขลงนั้นยังลงกินน้ำในแอ่งหรือสระก่อน และทำน้ำขุ่น พญาช้างต้องกินน้ำขุ่นๆ ช้างพังก็มักชอบเดินเสียดสีกายพญาช้าง เมื่อต้องลงไปท่าน้ำหรือขึ้นจากน้ำ ช้างปาลิไลยกะจึงตัดสินใจแยกตัวจากโขลงไปเป็นช้างโทนอยู่ตามลำพังเพื่อความ สุขสงบของตนเอง

ในเวลาเดียวกันนั้น พระพุทธองค์ทรงเบื่อระอาภิกษุชาวโกสัมพี ที่ทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องเล็กน้อย จึงทรงหลีกออกจากพระภิกษุไปแต่พระองค์เดียว จึงเสด็จไปทางหมู่บ้านปาลิไลยกะ ประทับอยู่ที่บริเวณ ใต้ต้นสาละที่ชายป่ารักขิตวัน จำพรรษาอยู่ ณ ที่นั้น

หลังจากนั้นช้างปาลิไลยกะก็เดินทางไปถึงที่ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ได้เข้าไปทำความเคารพด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เนื่องจากเป็นช้างที่เฉลียวฉลาด เมื่อเห็นพระพุทธองค์ประทับอยู่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีสิ่งใดจะเป็นเสนาสนะของพระองค์ พญาช้างมีความปรารถนาที่จะปรนนิบัติพระพุทธเจ้า

ช้างปาลิไลยกะได้ปรนนิบัติต่อพระพุทธเจ้าเช่นนี้เป็นประจำตลอดพรรษา คือเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าจึงออกเดินทางต่อ โดยพญาช้างเดินตามมาขวางทางไว้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่พญา-ช้างว่า พระองค์เสด็จไปแล้วไม่กลับมาอีก ขอให้พญาช้างหยุดเพียงนี้ พญาช้างมีความอาลัยจึงสอดงวงเข้าปากแล้วร้องไห้ เดินตามไปข้างหลังจนใกล้เขตหมู่บ้าน พระพุทธองค์ทรงบอกพญาช้างให้กลับเพราะต่อไปจะเป็นที่อยู่ของมนุษย์ จะมีอันตรายอยู่รอบข้าง พญาช้างจึงยืนร้องไห้อยู่ ณ ที่นั้น มองดูพระพุทธองค์ จนกระทั่งเสด็จห่างไปลับสุดสายตาแล้วจึงหัวใจวายสิ้นลงทันใด และเนื่องจากช้างปาลิไลยกะมีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดในสวรรค์เป็นเทพบุตร ชื่อ ปาลิไลยกะเทพบุตร อยู่วิมานทองสูง 30 โยชน์ในสวรรค์ดาวดึงส์ ในท่ามกลางนางอัปสรนับพัน




ที่มา http://board.palungjit.com/
คัดจาก ช้างไทย โดย ศ,สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ ,2528





TAG : ช้างในพระพุทธศาสนา ช้าง
 
คุณเห็นด้วยกับ ข่าว/บทความ นี้หรือไม่
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย
จำนวนคนโหวต 0 คน
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปฏิบัติการย้ายโขลงช้างป่าแอฟริกาในไอวอรีโคสต์
ปฏิบัติการย้ายโขลงช้างป่าแอฟริกาในไอวอรีโคสต์
เข้าถึง 125 คน
ช้างป่าแอฟริกา
แสดงความเห็น
มาตุโปสกชาดกพญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ตาบอด
มาตุโปสกชาดกพญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ตาบอด
เข้าถึง 1,286 คน
มาตุโปสกชาดก
แสดงความเห็น
นักดาราศาสตร์พบ 1 ใน 5 ดาวในทางช้างเผือกอาจอาศัยอยู่ได้
นักดาราศาสตร์พบ 1 ใน 5 ดาวในทางช้างเผือกอาจอาศัยอยู่ได้
เข้าถึง 289 คน
ทางช้างเผือก
แสดงความเห็น
ไทยถูกระบุ ค้างาช้างผิดกฎหมายอันดับ 1ของโลก
ไทยถูกระบุ ค้างาช้างผิดกฎหมายอันดับ 1ของโลก
เข้าถึง 246 คน
งาช้าง
แสดงความเห็น
ช้างในซิมบับเวถูกวางยาพิษตาย 81 ตัว เพื่อเอางา
ช้างในซิมบับเวถูกวางยาพิษตาย 81 ตัว เพื่อเอางา
เข้าถึง 415 คน
ฆ่าช้างเอางา
แสดงความเห็น
สื่อนอกเผยภาพ พายุงวงช้าง 2 ลูกที่ อเมริกา
สื่อนอกเผยภาพ พายุงวงช้าง 2 ลูกที่ อเมริกา
เข้าถึง 340 คน
พายุงวงช้าง
แสดงความเห็น
พวกล่าสัตว์วางไซยาไนด์ฆ่าช้างในอุทยานซิมบับเวตาย 41 ตัว
พวกล่าสัตว์วางไซยาไนด์ฆ่าช้างในอุทยานซิมบับเวตาย 41 ตัว
เข้าถึง 362 คน
ฆ่าช้างเอางา
แสดงความเห็น
นักอนุกษ์ซูดานผุดโปรเจคสวมปลอกคอให้ช้าง
นักอนุกษ์ซูดานผุดโปรเจคสวมปลอกคอให้ช้าง
เข้าถึง 394 คน
ช้างป่า
แสดงความเห็น
หญิงชราคว้ากาวตราช้างทาปากตำรวจตื่นคิดว่าโดนจับเพราะพูดไม่ได้
หญิงชราคว้ากาวตราช้างทาปากตำรวจตื่นคิดว่าโดนจับเพราะพูดไม่ได้
เข้าถึง 436 คน
กาวตราช้าง
แสดงความเห็น
 
 เกร็ดความรู้  ดูตลก
 ตลกๆ  เตือนภัย
 ธรรมะ  น่ากลัว
 ร้านอาหารแนะนํา  ไลฟ์สไตล์
 สยองขวัญ  สาระน่ารู้
 สูตรอาหาร  หนังสือ
 อาหารจานเดียว  อาหารเจ
เมษายน 2557
S
M
T
W
T
F
S
21
 งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว 2557
 งานมหัศจรรย์พนมรุ้ง “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์แห่งวนัมรุง”
 งานประเพณีกินเข่าค่ำ ของดีเมืองสูงเนิน ประจำปี 2557
 งานสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน
 ประเพณี ปอยส่างลอง
 ประเพณีสรงน้ำโอยทานสงกรานต์ศรีสัชนาลัย
 งานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์
 เทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร
 งานประเพณีสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ ไทย-ลาว ประจำปี 2557
 งานประเพณีสงกรานต์เมืองสุโขทัย “สงกรานต์เสื้อลายดอก ถนนข้าวตอกสุโขทัย” ประจำปี 2557
ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 3
ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 3 ดำเนินเรื่องมาจนถึงเล่มที่ 3 ในตอนไขปริศนานิกายชุดดำ เล่มนี้ประกอบด้วยสองคดีสุดโหด ที่ตี๋เหรินเจี๋ยต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ขุนนางของเมืองเจียงโจวหลายคนถูกสังหารอย่างลึกลับ... อ่านต่อ
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 2
 ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์ เล่ม 1
 สู่นรกภูมิ
 กิเลส Management
 นครรัตติกาล เล่ม 5 เมืองวิญญาณสาบสูญ
 นครรัตติกาล เล่ม 4 เมืองเทวดาตกสวรรค์
 นครรัตติกาล เล่ม 3 เมืองแก้ว
 นครรัตติกาล เล่ม 2 เมืองเถ้า
 นครรัตติกาล เล่ม 1 เมืองกระดูก
 The Hunger Games III ม็อกกิ้งเจย์
 The Hunger Games II ปีกแห่งไฟ
 52 เคล็ดวิชาเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นอัจฉริยะ
 ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต
 หนังสือ Race รักสุดฤทธิ์
 ทางผ่านกามเทพ
อิชิตัน เจอคลิปน้องกัปตันและกพ่อหน่อย...ขำขำ555
อิชิตัน เจอคลิปน้องกัปตันและกพ่อหน่อย...ขำขำ555
สามีตีตรา (ล้อเลียน)
สามีตีตรา (ล้อเลียน)
อย่ามโน (Don't Cha) Gybzy & Baitoey (Cover)
อย่ามโน (Don't Cha) Gybzy & Baitoey (Cover)
ฉันคือเจ้าหญิง
ฉันคือเจ้าหญิง
แปลกสะท้านเน็ต! เทรนด์เซลฟี่ใหม่มาแรง แค่เทปกาวก็แนวได้
แปลกสะท้านเน็ต! เทรนด์เซลฟี่ใหม่มาแรง แค่เทปกาวก็แนวได้
BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก
BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก
ถึงคนขายแหนม
ถึงคนขายแหนม
ไข่บอกเวลา !!
ไข่บอกเวลา !!
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 2 12 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 2 12 2011
คนอวดผี 9 เมษายน 2557
คนอวดผี 9 เมษายน 2557
คนอวดผี 2 เมษายน 2557
คนอวดผี 2 เมษายน 2557
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 1 12 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 1 12 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 30 11 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 30 11 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 29 11 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 29 11 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 28 11 2011
The Shock FM 101 ย้อนหลัง 28 11 2011
คนอวดผี วันที่ 26 มีนาคม 2557
คนอวดผี วันที่ 26 มีนาคม 2557
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
- โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
- ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
- ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

 
ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
*อย่าลืมกรอกรหัสลับด้วยค่ะ
*นามแฝง หรือ e-mail คุณ